ประวัติพะเยา

จังหวัดพะเยา

พะเยาเป็นเมืองประวัติศาสตร์เดิมมีชื่อว่า”เมืองภูกามยาวหรือพยาว”เคยมีเอกราชสมบูรณ์มีกษัตริย์ปกครองสืบราชสันตติวงศ์มาปรากฎตามตำนานเมืองพะเยา               ดังนี้พุทธศักราช ๑๖๐๒ (จุลศักราช๔๒๑) พ่อขุนเงินหรือลาวเงินกษัตริย์ผู้ครองนครเงินยางเชียงแสนได้ให้ขุนจอมธรรมโอรสองค์ท ี่ ๒ ให้ปกครองเมืองภูกามยาว             ซึ่งเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้ขุนจอมธรรมครองเมืองภูกามยาวได ้๒๔ ปี ก็สิ้นพระชนม์ขุนเจื่องโอรสได้ขึ้นครองราชย์แทนใน  ขณะครองเมืองได้รวบรวมลี้พลไปช่วยเมือง            นครเงินยาง ของขุนชินผู้เป็นลุงจนรอดพ้นจากการรุกรานของแกวหรือญวนได้สำเร็จ ขุนชินทรงโสมนัสยิ่งนักจึงยกธิดาชื่อ พระนางอั๊วคำ สอนให้และสละราชสมบัติ            ให้แก่ขุนเจื่องเมื่อขุนเจื่องได้ครองเมืองเงินยางแล้วจึงให้โอรสชื่อว่า”ลาวเงินเรือง”ขึ้นครองเมืองพะเยาแทนท้าวลาวเงินเรืองครองเมืองพะเยาได้๑๗ปีก็สิ้นพระชนม ์

            ขุนแดงโอรสครองราชย์ต่อมาเป็นเวลา๗ ปีขุนชองซึ่งเป็นน้าก็แย่งราชสมบัติและได้ครองเมืองพะเยาประมาณ ๒๐ปีและมีผู้ครองราชย์สืบต่อมาจนถึงพระยางำเมือง
กษัตริย์เมืองพะเยาองค์ที่๙ซึ่งเป็นราชบุตรของพ่อขุนมิ่งเมือง เมื่อพระชนมายุได้ ๑๖ ชันษาพระบิดาส่งไปศึกษาที่สำนักสุกันตฤาษีเมืองลพบุรี  จึงได้รู้จักกับพระร่วง
แห่งกรุงสุโขทัยโดยได้ศึกษาศิลปศาสตร์จากอาจารย์เดียวกันและทรงเป็นสหายกันตั้งแต่นั้นมา เมื่อเรียนจบก็เสด็จกลับเมืองพะเยาปีพุทธศักราช  ๑๓๑๐    พ่อขุนมิ่ง
เมืองพระราชบิดา  สิ้นพระชนม์จึงได้ขึ้นครองราชย์แทน  ต่อมาพ่อขุนเม็งรายได้ยกทัพมาประชิดเมืองพะเยา  พ่อขุนงำเมืองสั่งให้ไพร่พลอยู่ในความสงบและได้ให้
เสนาอำมาต ์ ออกต้อนรับโดยดีพระองค์ได้ยกเมืองชายแดนบางเมืองให้แก่พ่อขุนเม็งรายเพื่อเป็นการสงบศึกและทั้งสองพระองค์ยังได้ทำสัญญาเป็นมิตรต่อกันตลอด
ไปพระยาร่วงซึ่งเป็นสหายสนิทได้เสด็จมาเยี่ยมเยือนพ่อขุนงำเมืองเป็นประจำทุกปีและได้มีโอกาสรู้จักพ่อขุนเม็งรายทั้งสามพระองค์ทรงเป็นพระสหายสนิทกันมาก
ถึงกับได้หันหลังพิงกันพร้อมกับทำสัจจปฏิญาณ แก่กัน ณ ริมฝั่งแม่น้ำกู(แม่น้ำอิง) ว่าจะไม่ผูกเวรแก่กันจะเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกันและได้กรีดโลหิตออกรวมกันในขัน
ผสมน้ำดื่มพร้อมกัน เมื่อปีพุทธศักราช  ๑๘๑๖  พ่อขุนงำเมืองสิ้นพระชนม์ลงขุนคำแดงและขุนคำลือได้สืบราชสมบัติต่อมาตามลำดับ   ในสมัยขุนคำลือนี้เองที่เมือง
พะเยาต้องเสียเอกราชไปพระยาคำฟู แห่งนครชัยบุรีศรีเชียงแสนได้ร่วมกับพระยากาวเมืองน่านยกทัพมาตีเมืองพะเยาพระยาคำฟูตีเมืองพะเยาได้ก่อนและได้เกิดขัด
ใจกับพระยากาวทำให้เกิดการสู้รบพระยาคำฟูเสียทีจึงยกทัพกลับเชียงแสน  เมืองพะเยาจึงได้รวมอยู่กับอาณาจักรล้านนาตั้งแต่นั้นมาพุทธศักราช  ๒๓๘๖ พระบาท
สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ให้เมืองพะเยาเป็นเมืองขึ้นของนครลำปางหลังจากนั้นก็ได้มีผู้ครองเมืองพะเยาต่อมาอีกหลายท่านจนถึงปีพุทธศักราช ๒๔๕๗ ได้ยุบ
เลิกตำแหน่งเจ้าผู้ครองเมืองแล้วใช้ตำแหน่งนายอำเภอแทนพะเยาจึงมีฐานะเป็นอำเภอพะเยาต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๐  พะเยาจึงได้รับการยกฐานะ
จากอำเภอพะเยา ขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา

สถานที่ท่องเที่ยวพะเยา

 

กว๊านพะเยา

กว๊านพะเยากว๊านพะเยา กว๊าน หมายถึง หนองน้ำ หรือบึงน้ำขนาดใหญ่ คำนี้มีใช้ในท้องถิ่นล้านนาเฉพาะที่จังหวัดพะเยาแห่งเดียวเท่านั้น กว๊านพะเยา เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ รูปพระจันทร์เสี้ยวเกือบครึ่งวงกลม แหว่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกเมื่อประมาณ 70 ล้านปีมาแล้ว โอบล้อมดอยแม่ใจซึ่งเป็นภูเขาสูงยาว เป็นแอ่งน้ำที่รวบรวมลำห้วยต่าง ๆ 18 สาย ต่อมาใน พ.ศ. 2478 กรมประมงได้ตั้งสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยาขึ้นบริเวณต้นแม่น้ำอิงและสร้างฝายกั้นน้ำ ทำให้เกิดเป็นบึงขนาดใหญ่ มีความลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร กว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุดของจังหวัดพะเยา ทั้งเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือตอนบน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ประมาณ 12,831 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลากว่า 50 ชนิด เช่น ปลากราย ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาจีน ปลาไน และปลานิล อันลือชื่อของจังหวัดพะเยา ทัศนียภาพโดยรอบกว๊านพะเยามีความร่มรื่น สามารถมองเห็นแนวทิวเขาสลับซับซ้อนและงดงามมาก บริเวณริมกว๊านมีร้านอาหาร จัดเป็นสวนสาธารณะเหมาะแก่การนั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจยามเย็น และชมพระอาทิตย์ตกริมกว๊าน ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก บริการนั่งเรือพายชมทัศนียภาพ ราคา ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท และมีโครงการเวียนเทียนทางน้ำรอบในวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา ที่วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยาอายุกว่า 500 ปี

ศูนย์วัฒนธรรมไทยลื้อ

ศูนย์วัฒนธรรมไทยลื้อตั้งอยู่ที่วัดหย่วน ชาวไทลื้อมีอุปนิสัยรักสงบ ขยัน อดทน เป็นผู้ที่อนุรักษ์วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างดี เช่น วัฒนธรรมการแต่งกาย รูปทรงบ้านเรือน อาหารการกิน เป็นต้น ศูนย์นี้จัดตั้งเพื่อแสดงผลงานทางศิลปวัฒนธรรม และฝึกอาชีพของชาวไทลื้อ โดยเฉพาะผ้าของชาวไทลื้อที่มีลวดลายและสีสันสดใส เช่น ลายดอกขอเครือ ลายดอกขอ ลายม้า และลายดอกตั้ง เป็นต้น

ท่องเที่ยวพะเยา

วัดพระธาตุจอมทอง

วัดพระธาตุจอมทองตั้งอยู่บนดอยจอมทอง ตรงข้ามวัดศรีโคมคำ ห่างจากตัวเมือง 3  กิโลเมตร เป็นโบราณสถานคู่เมืองพะเยา มีทางถนนขึ้นไปถึงเจดีย์พระธาตุจอมทอง บริเวณโดยรอบเป็นสวนรุกขชาติ สามารถมองเห็นทัศนียภาพตัวเมืองและกว๊านพะเยา และเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางค่า

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางค่าตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปางค่า ตำบลผาช้างน้อย พื้นที่ของศูนย์ฯ เป็นภูเขาและเนินเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000-1,300 เมตร ภายในศูนย์ได้จัดทำแปลงสาธิตพืชผัก และไม้ดอกไม้ผล ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม มีบริการบ้านพัก เต็นท์ และถุงนอน

พะเยา เที่ยว

อุทยานแห่งชาติภูซาง

อุทยานแห่งชาติภูซาง

อุทยานแห่งชาติภูซาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น อยู่ในเขตกิ่งอำเภอภูซาง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา และอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นแนวเขตยาวประมาณ 30 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 178,049 ไร่ พื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน มียอดเขาดอยผาหม่นเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำลาว น้ำเปื่อย น้ำบง และน้ำญวณ และเมีเต่าปูลู ซึ่งเป็นเต่าพันธุ์หายากและใกล้สูญพันธุ์

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่

น้ำตกภูซาง เอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 300 เมตร ป็นน้ำตกหินปูนสูง 25 เมตร มีน้ำตลอดปี เป็นน้ำตกที่เป็นน้ำอุ่น อุณหภูมิ 33 องศาเซลเซียส น้ำใสไม่ม่กลิ่นกำมะถัน เป็นแหล่งน้ำที่เหมาะแก่การลงแช่

บ่อน้ำอุ่นภูซาง เป็นบ่อน้ำซับแหล่งต้นน้ำของน้ำคกภูซาง สภาพโดยรอบเป็นป่าดิบชื้น และป่าพรุที่สมบูรณ์

ถ้าผาแดง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 47 กิโลเมตร เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ลึก 450 เมคร ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงาม

ถ้ำน้ำลอด ห่างจากถ้ำผาแดง 10 เมตร ลึก 250 เมตร มีธารน้ำไหลผ่านตลอดถ้า ระดับน้ำลึก 50-100 เซ็นคิเมตร การเที่ยวชมภายในถ้ำต้องลุยน้ำตลอดและต้องมีคนนำทาง

ดอยผาดำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 47 กิโลเมตร เป็นภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาขนาดใหญ่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,096 เมตร การเดินเที่ยวชมใช้เวลา 3-4 ช่วโมง และต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

ถ้ำหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 32 กิโลเมตร เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ลักษณะกว้างแต่ไม่ลึก เป้นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 2 ห้วยสา การเข้าชมถ้ำต้องมีการปีนเขาบ้างเล็กน้อย และต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

ถ้ำน้ำดั้น เป้นถ้ำขนาดใหญ่มีน้ำตกภายในถ้า มิหินงอกหินย้อยสวยงาม เคยเป็นทื่หลบซ่อนของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ มี 3 เส้นทาง คือ เส้นห้วยเมี่ยง ระยทาง 1,400 เมตร เส้นน้ำคกภูซาง ระยะทาง 1,700 เมตร และเส้นห้วยสา ระยะทาง 2,400 เมตร  แต่ละเส้นทางใช้เวลาเดิน 2 ชั่วโมง มีป้ายสื่อความหมาย สามารถเดินเองได่

เที่ยวพะเยา

วัดอนาลโยทิพยาราม

วัดอนาลโยทิพยารามวัดอนาลโยทิพยาราม ตั้งอยู่บนดอยบุษราคัม บ้านสันป่าม่วง หมู่ 6 ตำบลสันป่าม่วง ห่างจากตัวจังหวัด 20 กิโลเมตร ภายในวัดประกอบด้วยพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยลักษณะงดงามมาก และยังมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ อีกหลายองค์ อาทิ พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธรูปปางนาคปรก สร้างด้วยความประณีตสวยงาม องค์รัตนเจดีย์เป็นศิลปะแบบอินเดียพุทธคยา เก๋งจีนประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม หอพระแก้วมรกตจำลองทำด้วยทองคำ พระบุษราคัม พระเงิน พระทอง และพระนาค จากยอดดอยสามารถชมทัศนียภาพของกว๊านพะเยาและเมืองพะเยาได้อย่างชัดเจน ทางขึ้นทั้งทางบันได และทางรถยนต์

วนอุทยานภูลังกา

วนอุทยานภูลังกาตำบลผาช้างน้อย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกแห่งเดียวของจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะทุ่งดอกโคลงเคลงซึ่งบานราวเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม มีความสูงประมาณ 1,700 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีพื้นที่ประมาณ 7,800 ไร่ ชาวเขาเผ่าเย้าเรียกยอดดอยที่สูงที่สุดบนภูนี้ว่า “ฟินจาเบาะ” หมายถึง เป็นที่สถิตย์ของนางฟ้า เทวดา มีคำบอกเล่าถึงความมหัศจรรย์ว่าในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ จะมีแสงสีขาวเปล่งปลั่งเหนือยอดดอย บนยอดภูมีพื้นที่แคบจุได้ไม่เกิน 10 คน สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก ดอกไม้ป่า พันธุ์ไม้หายาก เช่น ต้นชมพูภูพาน เนียมแดง เอื้องสีตาล เทียนธารา สัตฤาษี เป็นต้น สามารถศึกษาระบบนิเวศดั้งเดิมของป่าดิบเขา และต้นน้ำตามเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ มีสัตว์ป่ากว่า 100 ชนิด และทะเลหมอกที่สวยงาม วนอุทยานภูลังกามีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ ยอดดอยภูลังกา ยอดดอยภูนม ทุ่งดอกโคลงเคลง น้ำตกภูลังกา ลานหินล้านปี หินแยงฟ้า ป่าก่อโบราณ ร่องรอยตำนานผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต ทางวนอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์รับรอง

 

พระตำหนักกว๊านพะเยา และ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยาตั้งอยู่บนถนนพหลโยธินระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 734-735 ตำบลเวียง พระตำหนักเป็นสถานที่จัดแสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งเสด็จมาประทับทรงงานตั้งอยู่ในศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดซึ่งเป็นสถานีเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ซึ่งสามารถเพาะพันธุ์ปลาบึกจากพ่อแม่พันธุ์ในบ่อเลี้ยงสำเร็จเป็นแห่งแรกของโลกในพ.ศ. 2544 สามารถเพาะพันธุ์ลูกปลาบึกได้นับแสนตัว ปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ด ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวโตเต็มที่ยาว 3 เมตร น้ำหนัก 250 กิโลกรัม อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง นอกจากนั้นยังเป็นที่เพาะพันธุ์ปลา เช่น ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียนขาว และปลายี่สกเทศ เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกร ภายในมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงามที่หาดูยากหลายชนิด น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การล่องเรือชมวิวกว๊านพะเยา การแข่งขันเปตอง มุมพักผ่อนหย่อนใจ มีร้านอาหารปรุงด้วยปลาจากกว๊านพะเยาบริการอีกด้วย

วัดศรีโคมคำ

วัดศรีโคมคำวัดศรีโคมคำ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “วัดพระเจ้าตนหลวง” ภายวนประดิษฐานพระเจ้าตนหลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนา ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๔ เมตร สูง ๑๘ เมตร สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๒๐๓๔-๒๐๖๗ พระเจ้าตนหลวง หรือ พระเจ้าองค์หลวง มิใช่เป็นแต่เพียงพระพุทธรูปคู่เมืองพะเยาเท่านั้น แต่ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอาณาจักรล้านนาไทยด้วย ในวันวิสาขบูชาของทุกปี จะมีงานประเพณีนมัสการพระเจ้าตนหลวงเดือนแปดเป็ง นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีพระอุโบสถกลางน้ำตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยาภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ลวดลายวิจิตรสวยงาม วาดโดยอาจารย์อังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ โทร. ๐ ๕๔๔๓ ๑๙๖๓

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS