ยินดีต้อนรับ Travel Square Network แหล่งรวมข้อมูล ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ท่องเที่ยวทั่วไทย ที่ท่องเที่ยว

เว็บท่องเที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวไทย ที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวไทย ของทุก ๆ คนSign-up here »

Already a member?

Remember Me

Tag archives for ท่องเที่ยวเชียงราย

น้ำตกในอำเภอดวยหลวงน้ำตกห้วยดีหมี ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยสัก หมู่ที่ 1 ต.หนองป่าก่อ กิ่ง อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย เป็นน้ำตกที่สำคัญของหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านใช้ในการเกษตร และมีอ่างเก็บน้ำดีหมี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองป่าก่อ โทร. 053-607613

น้ำตกห้วยผาตูบ ตั้งอยู่ที่บ้านศรีบุญเรือง หมู่ที่ 5 ต.หนองป่าก่อ กิ่ง อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองป่าก่อ โทร. 053-607613

น้ำตกห้วยเครือเขา ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 6 ต.หนองป่าก่อ กิ่ง อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองป่าก่อ โทร. 053-607613

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย
ศาลากลาง 750 ปีเมืองเชียงราย ถนนแม่ฟ้าหลวง ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100
โทรศัพท์ 053 – 150192 โทรสาร 053 – 177340 E- mail : chiangrai@mots.go.th , info@cots.go.th

Share

วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สักอยู่ในท้องที่บ้านน้ำตกพัฒนา หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งก่อ กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยสักและป่าแม่กกฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 2,800 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545
ลักษณะภูมิประเทศ เป็นภูเขาวางตัวในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 460-963 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 30 % มีลำห้วยแม่สักเป็นห้วยขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งต้นน้ำของน้ำตกห้วยแม่สัก ซึ่งไหลผ่านกลางพื้นที่

พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณที่มีไม้สักขึ้นอยู่ สภาพป่าบริเวณน้ำตกห้วยสักยังอุดมสมบูรณ์แต่ในบริเวณอื่นไม่ค่อยสมบูรณ์เนื่องจากในอดีตเคยถูกบุกรุก ปัจจุบันป่าเริ่มฟื้นตัว มีพันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ตะแบกเกรียบ สัก กระท่อมหมู เลี่ยน เติม ไม้พื้นล่างเป็นพวกไผ่ กล้วยป่า ผักคราด หญ้าคา สาบเสือ กลอย หญ้าคมบาง บอน และเฟิร์น สัตว์ป่าที่พบได้แก่ กระต่ายป่า อ้นเล็ก กระจ้อน กระแต พังพอน ไก่ป่านกกระปูด นกเขาเปล้า นกกางเขนดง นกปรอดหัวโขน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และปลาชนิดต่างๆ

แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกห้วยแม่สัก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 480 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดเล็กสูงประมาณ 15 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี พื้นที่โดยรอบน้ำตกเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น และมีทิวทัศน์งดงาม

ที่พัก วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สักไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรมค้างคืนและพักผ่อนหย่อนใจ หรือศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติ โปรดนำเต็นท์และเตรียมอาหารไปเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ให้ไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สักโดยตรง

การเดินทาง เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงรายผ่านอำเภอเวียงชัยถึงบ้านเหล่าเจริญราษฎร์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1233 ระยะทาง 34 กิโลเมตร แล้วเดินไปทางทิศใต้ถึงบ้านน้ำตกพัฒนา ตามถนนกรมโยธาธิการสายบ้านเหล่าเจริญราษฎร์ ระยะทาง 6 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปอีก 2 กิโลเมตร ก็จะถึงวนฯ ถนนเป็นดินลูกรัง รวมระยะทางทั้งหมด 42 กิโลเมตร

ผู้รับผิดชอบดูแล สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โทร. 0-5371-1402 ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/index.htm

Share

เพาะเลี้ยงแม่ลาวสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาวเป็นสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งสัตว์มากมายหลายชนิด รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ โดยสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เข้าตรงทางแยกหมู่ที่ 10 บ้านหนองผักเฮือด หรือ เข้าทางบ้านห้วยส้านพลับพลา ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 20 กิโลเมตร ปัจจุบันสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นทั้งสถานที่พักผ่อนใจและเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ โดยไม่เสียค่าเข้าชม

ประวัติความเป็นมา
การอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทยแม้ว่าประเทศไทยจะได้มีกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ป่ามาเป็นเวลานานแล้วเป็นต้นว่า พระราชบัญญัติการรักษาช้าง ร.ศ. 119 ( พ.ศ. 2443 ) แต่ก็เป็นการคุ้มครองช้างเพียงอย่างเดียว ส่วนสัตว์ป่าอื่น ไม่มีการคุ้มครองอย่างแท้จริง จนต่อมาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อาวุธต่าง ๆ สำหรับการล่าสัตว์ป่าได้มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นประกอบกับพลเมืองของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจึงมีการทำลายป่าและล่าสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้นเป็นผลทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ถูกทำลายและสัตว์ป่าจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย รัฐบาลจึงได้ออกกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ขึ้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชธานี ในการสมัยที่ทรงดำรงพระยศสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ทรงลงพระนามในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ซึ่งต่อมากำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปีเป็น ? วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง จังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น ละออง ละมั่ง เก้ง กวาง หมี ไก่ฟ้า และสัตว์ป่า ชนิดอื่น ๆ อีกหลายชนิดในพื้นที่ 149 ไร่ พื้นที่เดิมมีอยู่จำกัดไม่สามารถขยายไปในพื้นที่ใกล้เคียงเนื่องจาก มีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ประกอบกับไม่มี พื้นที่ราบพอที่จะทำแปลงหญ้าพืชอาหารสัตว์ สำหรับสัตว์ตระกูลกวาง จากการประชุมสัมมนาฝ่ายเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ณ กรมป่าไม้ระหว่างวันที่ 20 ? 24 กันยายน 2538 สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยตุงได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าให้ดำเนินการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดส่วนแยกเพื่อรองรับจำนวนสัตว์ป่าที่เพิ่มมากขึ้น และการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าตระกูลกวางจำเป็นต้องใช้พื้นที่ราบและกว้างขวางที่จะจัดทำทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่า สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยตุงเห็นว่าพื้นที่ของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ส้านมีสภาพป่าและ พื้นที่เหมาะสมในการจัดตั้งส่วนแยกได้มีพื้นที่ราบกว้างขวางมีแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงพอต่อการดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์ไม่รบกวนประชาชนหรือสัตว์อื่น ๆ

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ
ลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขามีความราดชัน 35 องศา อยู่สูงจากน้ำทะเลปานกลาง 520 – 680 เมตร ชนิดเป็นดินร่วนปนทราย พื้นที่เป็นหุบเขารูปเกือกม้าเป็นแนวปะทะรับน้ำฝน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดอ่างเก็บน้ำและถนน

อาณาเขต
ทิศเหนือ – จดดอยแม่กรณ์ อ. เมือง จ. เชียงราย
ทิศใต้ – จดตำบลดงมะดะ อ. แม่ลาว จ. เชียงราย
ทิศตะวันออก – จดเขตตำบลโป่งแพร่ อ. แม่ลาว จ. เชียงราย
ทิศตะวันตก – จดสันดอยช้าง และพื้นที่เกษตรที่สูงวาวี

ที่ตั้ง
มีเนื้อที่ 1093 ไร่ พื้นที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ส้าน ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย อยู่ในเขตพื้นที่ป่าโซน (ป่าอนุรักษ์)

วัตถุประสงค์ของสถานี
1. เพื่อศึกษาค้นคว้าและทดลองเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่มีค่าทางเศรษฐกิจและสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับอาหารและโรคสัตว์ป่าการอนุรักษ์และการบำรุงพันธุ์สัตว์ป่าตามหลักพันธุกรรม การปล่อยสัตว์ป่าสู่ธรรมชาติ การศึกษาวิจัยเทคนิคการควบคุมและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า การทำเครื่องหมายสัตว์ป่า การดูแลสัตว์ป่าของกลางในคดี เพื่อเพิ่มปริมาณของสัตว์ป่าที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมให้มากยิ่งขึ้น
2.เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมให้มีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่เหมาะสำหรับเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าและความสวยงามตาม ธรรมชาติที่ดี
3. เพื่อเป็นศูนย์อบรมสาธิตแนะนำทฤษฎีและปฏิบัติเกี่ยวกับอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และศึกษาค้นคว้าวิจัยทดลองเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่มีค่าทางเศรษฐกิจและ สัตว์ป่าที่หายากใกล้สูญพันธุ์
4. เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อันเป็นผลเนื่องจากเพิ่มคุณค่าทางสุนทรียภาพต่อธรรมชาติ
5. เพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงรายมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร

กิจกรรมของสถานี
ขณะนี้ทางสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าแม่ลาว มีสัตว์ป่าเพาะเลี้ยงแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. ประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น กวางป่า อีเก้ง เสือลายเมฆ เสือปลา หมีความ หมีขอ อีเห็น ชะนีธรรมดา ลิง ค่างแว่นถิ่นเหนือ เม่นใหญ่ ฯลฯ
2. ประเภทสัตว์ป่า เช่น นกยูง ไก่ฟ้า นกเป็ดแดง นกกาฮัง นกแก็ก นกแก้ว ฯลฯ
3. ประเภทสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งูเหลือม งูหลาม เต่าเหลือง ฯลฯ
- ปลูกพืชสำหรับเป็นอาหารสัตว์ เช่น กล้วย มะละกอ ฟักทอง ผักต่างๆ ข้าวโพด ฯลฯ
- ทำความสะอาดบริเวณรอบๆสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าแม่ลาว และตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม
- เพาะเลี้ยงแมลงปีกแข็ง เพื่อเป็นอาหารเสริมสัตว์ปีก
- ป้องกันไฟป่า ทำแนวกันไฟในพื้นที่ 1,093 ไร่ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันอนุรักษ์ สัตว์ป่า และป่าไม้ให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติสืบต่อไป

ข้อปฏิบัติในการเข้าชม
1. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิด เข้าไปในบริเวณกรงหรือคอกสัตว์ป่า
2. ไม่กระทำการใด ๆ ให้เกิดอันตรายแก่สัตว์ป่าและธรรมชาติในบริเวณนี้
3. โปรดอย่าได้แหย่ และควรงดสิ่งที่ไม่ใช่อาหารให้แก่สัตว์ป่า
4. ในบางฤดูสัตว์อาจดุร้าย โปรดอย่าเข้าใกล้
5. ไม่ส่งเสียงดังหรือกระทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการรบกวนคนและสัตว์
6. ห้ามพกพาอาวุธเข้ามาในบริเวณสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าแม่ลาว
7. เดินทางไปในที่ๆกำหนดและให้ทิ้งขยะในที่ๆจัดให้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาว สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

- องค์การบริหารส่วนตำบลจอมหมอกแก้ว โทร. 053-600758
- คุณชาติชาย คำมูล (เจ้าหน้าที่ สภต.) โทร. 08-6587-4607
- คุณตุ๊ (เจ้าหน้าที่สถานีฯ) โทร. 08-9999-8816
- หัวหน้าอภิสิทธิ์ (หัวหน้าสถานีฯ) โทร. 08-1882-4404

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแม่ลาว ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 081-8824404
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.myzoo.th.gs/

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลwww.cots.go.th
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย
ศาลากลาง 750 ปีเมืองเชียงราย ถนนแม่ฟ้าหลวง ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100
โทรศัพท์ 053 – 150192 โทรสาร 053 – 177340 E- mail : chiangrai@mots.go.th

Share

พระธาตุจอมหมอกแก้วพระธาตุจอมหมอกแก้ว ที่ตั้ง วัดจอมหมอกแก้ว บ้านดงมะเฟือง ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โทร. 053-717166 มีพระครูอรุณสวัสดิ์ มุนิวังโส เป็นเจ้าอาวาส
ประวัติพระธาตุ พระธาตุจอมหมอกแก้ว ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยใดยังไม่มีปรากฏหลักฐาน แต่มีเรื่องเล่าว่า เมื่อ ๑oo กว่าปีที่แล้ว ชาวบ้าที่ตั้งถิ่นฐานอยู่แถบนั้นได้เข้าไปหาของป่า และได้พบจอมปลวกมีลักษณะคล้ายพระธาตุ ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆลูกหนึ่ง และในบริเวณนั้นมีต้นไม้ที่ ชาวเหนือเรียกว่าต้นส้มป่อยอยู่มากมาย มีลักษณะโน้มเอียงเหมือนพญานาค และได้พบเครื่องปั้นดินเผาที่แตกกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ชาวบ้านจึงได้พากันกราบไหว้จอมปลวกนั้น ใครจะเข้าไปทำอะไรในป่าบริเวณนี้ต้องมาต้องมากราบไหว้บูชาขออนุญาตเสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะมีอันเป็นไปต่างๆนานา ชาวบ้านแถบนั้นเชื่อว่าจอมปลวกนั้นเป็นที่บรรจุ อัฐิของเชื้อพระวงค์ในสมัยโบราณ สันนิษฐานว่าเจดีย์ถูกสร้างขึ้นมาครอบจอมปลวกภายหลัง
การเดินทาง จากแยกเด่นห้า มาตามถนนเด่นห้า ? ดงมะดะ ผ่านปากทางไปวัดร่องขุ่นทางด้านตะวันออก ปากทางเข้าน้ำตกขุนกรณ์ทางด้านตะวันตก ผ่านศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์ป่า บ้าหนองผักเฮือด ตลอดเส้นทางราว 24 กิโลเมตร ก็จะถึงพระธาตุจอมหมอกแก้ว

ความเชื่อ ในการไหว้พระธาตุดอยจอมหมอกแก้ว เชื่อกันว่าอุปสรรคที่เปรียบเหมือนหมอกควันสีดำถ้ากราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานอุปสรรคทั้งหลายก็จะจางใสเหมือนหมอกแก้วและประสบความสำเร็จ
คำบูชาพระธาตุจอมหมอกแก้ว
อะหังวันทามิ อิธะ ปติฏฐิตา อะระหัตตะ ธาตุโย
ตัสสะ นุภาชนะ สะทา โสตถี ภะวันตุเม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วัดจอมหมอกแก้ว บ้านดงมะเฟือง ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 053-717166

Share

ดอยตุงเชียงราย อารยนครอายุกว่า 700 ปี มีมนต์เสน่ห์ล้ำลึกของวัฒนธรรมล้านนา กลมกลืนกันอยู่ในโอบล้อมของผืนป่า ที่เริ่มคืนความเขียวชะอุ่มภายหลังเกิดโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กว่า 30 ปีที่ผ่านมาด้วยพระบารมีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ชาวเขาและชาวพื้นราบในบริเวณรายรอบดอยตุง ยอดสูงสุดของดอยนางนอน พรมแดนไทย-พม่า ได้เปลี่ยนวิถีจากการปลูกและเสพฝิ่น ถางป่าตัดไม้ และทำไร่เลื่อนลอย หันมาทำเกษตร ปลูกพืชผักเมืองหนาว ทำไร่กาแฟและแมคคาเดเมีย สร้างผลงานเย็บปักถักทอที่เชื่อมต่อวัตถุดิบพื้นถิ่น และหัตถศิลป์พื้นเมืองสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันแบบสากล ในขณะที่กลุ่มชน 30 ชาติพันธุ์ ยังคงอาศัยอยู่อย่างสงบ ตามไหล่เขาและบนดอยสูง แนบแน่นอยู่กับประเพณีดั้งเดิมของตน โดยไม่ถูกวัฒนธรรมเมืองกลืนกิน
วันนี้…ดอยตุงพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนสู่วิถีชุมชนสัมมาชีพโอบล้อมของสวนป่าและอุทยานที่แวดล้อมด้วยไม้ดอกไม้ประดับอันงดงามเกินบรรยาย

รำลึกถึง “แม่ฟ้าหลวง” ณ หอพระราชประวัติ เรียนรู้ปรัชญาในการดำรงพระชนม์ชีพ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงให้ชีวิตใหม่แก่ดอยตุง ราษฎรพากันขานพระนามพระองค์ว่า “แม่ฟ้าหลวง” นิทรรศการจัดแสดงด้วยเทคนิคทันสมัยน่าตื่นใจและสะเทือนอารมณ์นับแต่เสด็จสู่สวรรคาลัย ก่อนจะย้อนกลับไปยังช่วงต้นของพระชนม์ชีพ แรกพบสมเด็จพรบรมราชชนก พระราชพิธีอภิเษกสมรส ทรงร่วมใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ทรงอภิบาลพระประมุขของชาวไทย 2 พระองค์ พร้อมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงงานด้านการศึกษา ศาสนา สาธารณสุข สาธารณกุศล และทรงได้รับยกย่องจากยูเนสโกเป็นบุคคลดีเด่นแห่งศตวรรษที่ 20

เพลินชมพระตำหนักดอยตุง เรือนไม้ 2 ชั้นบนเนินต่างระดับ สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างบ้านปีกไม้ ศิลปะล้านนา กับชาเลต์แบบสวิส (Swiss Chalet)สามารถมองเห็นทิวท้ศน์เทือกเขาสลับซับซ้อน กลางห้องเป็นที่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์เพื่อผู้มาเยือนได้สักการะ เพดานดาวเป็นภาพระบบสุริยะและกลุ่มดวงดาวอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่เคยปรากฎ ณ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 วันพระราชสมภพ รอบพระตำหนักประดับด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ สามารถชมห้องบรรทมและห้องทรงงานที่สะท้อนพระราชจริยวัตรอันงดงามเรียบง่าย

เดินชมดงกุหลาบพันปี ณ สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ สงบสุขในเส้นทางธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยกลิ่นไม้สน เข้าสู่ดงกุหลาบพันปีนานาพันธุ์ แล้วแวะชม ธารน้ำพระทัย ธารน้ำผุดที่รินไหลสู่เบื้องล่าง

รื่นรมย์ชมไม้ดอกเมืองหนาว ณ สวนแม่ฟ้าหลวง ละลานตาด้วยแปลงไม้ดอก และไม้พุ่มจากทุกมุมโลก หมุนเวียนกันเบ่งบานตลอดปี สวยสดราวผืนพรมธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ชมสวนหิน สวนน้ำพุ น้ำผุด ที่จะปรับเปลี่ยนไปทุกปีในช่วงงานห่มหนาว ราวเดือนตุลาคมถึงเมษายน

เยือนหมู่บ้านชาวเขา ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ) ลาฮู่ (มูเซอ) ไทยใหญ่ (ฉาน) และจีนอพยพ ที่ยังคงรักษาพิธีกรรมเก่าแก่ไว้ได้ในพื้นที่รำรวยอารยธรรมชนเผ่าซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน

งานฝีมือจากดอยตุงสู่ตลาดโลก ณ ศูนย์งานฝีมือ ศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือ มีสินค้าดีไซน์เฉพาะ เหมาะสำหรับผู้พิถีพิถันเลือกสินค้า นับแต่ผ้าทอมือ พรมทอมือ ผลิตภัณฑ์กระดาษสา งานปั้นและเครื่องเคลือบดินเผา ไปจนถึงกาแฟดอยตุง และแมคคาเดเมีย และผลิตภัณฑ์ที่ดอยตุงได้รับตราสินค้า UNODC (United Nations Office on Drugs and Crime) เป็นสินค้าสื่อความหมายยับยั้งยาเสพติด และบรรเทาความยากจน ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์โครงการที่ดอยตุงได้รับ แสดงถึงความสำเร็จในการพัฒนาแบบยั่งยืน สามารถบรรเทาปัญหาความยากจน และยุติกระบวนการผลิตยาเสพติด

ที่พัก?บ้านต้นน้ำ(ดอยตุง ลอด์จ) ห่างจากพระตำหนักดอยตุงระยะเดิน 15 นาที สามารถมองเห็นหมู่บ้านชาวเขา ทุ่งนาป่าสน และดอยตุงในมุมกว้าง ท่ามกลางเสียงใบไม้ และนกร้อง มีห้องพักปรับอากาศเตียงคู่ และเดี่ยว 47 ห้อง พร้อม ทีวี ตู้เย็น เครื่องเป่าผม บริการซักรีด ร้านขายของที่ระลึก ห้องประชุม สัมมนา ร้านอาหารครัวตำหนัก บริการอาหารไทยพร้อมผักปลอดสารพิษเก็บสดจากไร่ในโครงการ โทร053-767015-7 แฟ็กซ์053-767077

การเข้าชม พระตำหนักดอยตุงเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น. เก็บค่าเข้าชมพระตำหนัก คนละ 70 บาท สวนแม่ฟ้าหลวง 80 บาท และหอพระราชประวัติ 30 บาท หากซื้อตั๋วรวมทั้งสามแห่งจะได้ราคา 150 บาท การเข้าชมจะมีเจ้าหน้าที่นำชมอธิบายความเป็นมาของพระตำหนัก ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ โครงการพัฒนาดอยตุง อาคารเอนกประสงค์ พระตำหนักดอยตุง โทร. 0 5376 7015 – 7 หรือ http://www.doitung.org E-mail: tourism@doitung.org

การเดินทาง พระตำหนักดอยตุงอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถใช้บริการรถสองแถวสีม่วงบริเวณปากทาง รถออกตั้งแต่ 07.00 น. มีรถออกทุก 20 นาที

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โครงการพัฒนาดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 053-767015-7 แฟกซ์ 053 ? 767077
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : www.doitung.org

Share


ดอยแม่สลองดอยแม่สลอง
ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 75 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง เป็นชื่อเรียกรวม ๆ ของชุมชนชาวจีนฮ่อแห่งกองพล 93 ที่ตั้งหลักแหล่งบนดอยแห่งนี้มานานกว่า 40 ปี ปัจจุบันชุมชนชาวจีนบนดอยแม่สลองมีชื่อว่า หมู่บ้านสันติคีรี ตั้งอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,200 ม. อากาศเย็นสบายตลอดปี รายได้หลักมาจากการปลูกชาอู่หลง บ้านสันติคีรีเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีประชากรประมาณ 800 หลังคาเรือน มีทั้งวัด โบสถ์คริสต์ มัสยิด ระบบไฟฟ้า โทรศัพท์ และธนาคารทหารไทย ที่ให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลทั่วไป

ดอยแม่สลองเป็นยอดดอยหนึ่งในเทือกเขาแดนลาว อยู่ในเขต อ.แม่ฟ้าหลวง มีความสูงประมาณ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนยอดดอยแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวให้ชมหลายแห่งด้วยกัน เช่น พระบรมเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่เหนือหมู่บ้านไปตามถนนลาดยางประมาณ 4 กม. จะพบพระบรมธาตุสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จย่า ลักษณะเป็นสถาปัตยกรรม ทรงล้านนาประยุกต์บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูง 20 เมตร ฐานกว้างด้านละ 15 เมตร คุณสามารถชมวิวหมู่บ้านสันติคีรีได้อย่างสวยงามด้วยความสูงกว่า 1500 เมตร จากระดับน้ำทะเล บริเวณนี้จึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของดอยแม่สลอง

ประวัติ

ดอยแม่สลองเป็นชุมชนของอดีตทหารจีนกองพล 93 สังกัดพรรคก๊กมินตั๋งของนายพลเจียงไคเช็ค ทำการรบอยู่ทางตอนใต้ของจีนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจีน เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์นำโดยเหมาเจ๋อตุง ยึดอำนาจสำเร็จ พรรคก๊กมินตั๋งจึงถอยร่นไปปักหลักที่เกาะไต้หวัน กองพล 93 กลายเป็นกองกำลังพลัดถิ่น ถูกกดดันอย่างหนักจนถอยร่นเข้ามาในเขตพม่า แต่ถูกฝ่ายพม่าผลักดัน เกิดการปะทะกันหลายครั้งจนต้องถอยร่นมาจนถึงเทือกดอยตุงชายแดนไทย

ฝ่ายพม่าได้ร้องเรียนไปยังสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2496 และมีมติให้อพยพกองกำลังพลัดถิ่นไปยังประเทศไต้หวัน แต่ทหารสังกัดนายพลหลี่เหวินฝาน และนายพลต้วนซีเหวินราว 3 หมื่นคน ทำเรื่องขอลี้ภัยในประเทศไทย เนื่องจากไม่แน่ใจในอนาคต เพราะไต้หวันเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ รัฐบาลไทยอนุญาตโดยจัดสรรให้ทหารของนายพลหลี่เหวินฝานไปอยู่ที่ถ้ำง้อบ อ. ฝาง จ. เชียงใหม่ ส่วนทหารสังกัดนายพลต้วนซีเหวิน 15,000 คน อยู่บนดอยแม่สลอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 เพื่อใช้เป็นกันชนกับชนกลุ่มน้อย ทำให้ดอยแม่สลองในยุคแรกเป็นดินแดนลี้ลับต้องห้าม มีปัญหายาเสพติดและกองกำลังติดอาวุธมาตลอด ทางการไทยได้พยายามแก้ปัญหา โอนกองกำลังเหล่านี้มาอยู่ในความดูแลของกองบัญชาการทหารสูงสุด

ดอยแม่สลอง มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ อนุสรณ์สถานชาวไทยเชื้อสายจีนอดีตทหารจีนคณะชาติ จัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาต่าง ๆ เปิดทุกวันเวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 30 บาท ต่างชาติ 50 บาท และในราวต้นเดือนมกราคม ดอกซากุระจะบานสะพรั่ง ชิมชารสดีและอาหารจีนยูนนาน

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปสัมผัสธรรมชาติบนดอยแม่สลอง

พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี

ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงสุดของแม่สลอง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กม. พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดที่ระดับความสูง 1,500 ม. เหนือหมู่บ้านสันติคีรี ห่างจากหมู่บ้าน 4 กม. มีถนนลาดยางตัดขึ้นไปยังพระบรมธาตุฯ แต่ถนนสูงชัน คดเคี้ยวมาก พระบรมธาตุฯ สร้างแล้วเสร็จเมื่อราวปี พ.ศ. 2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูงประมาณ 30 ม. ฐานกว้างด้านละประมาณ 15 ม. ประดับกระเบื้องสีเทา มีซุ้มจระนำด้านละสามซุ้ม เรือนธาตุประดับพระพุทธรูปยืนสี่ทิศ องค์ระฆังประดับแผ่นทอง แกะสลักลวดลาย ใกล้กับองค์เจดีย์เป็นวิหารแบบล้านนาประยุกต์ที่ตั้งของพระบรมธาตุฯ เป็นจุดสูงสุดของเทือกดอยแม่สลอง จึงชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยเฉพาะในยามเย็น ขณะเดียวกันองค์พระธาตุยังเด่นเป็นสง่า มองเห็นแต่ไกล เป็นสัญลักษณ์อีกอย่าง ของดอยแม่สลอง

สุสานนายพลต้วน ซี เหวิน

ผู้นำทหารจีนฮ่อแห่งกองพันที่ 5 กองพล 93 เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมเยียน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมขึ้นไปเคารพศพนายพลด้วน ตัวสุสานสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหมด แท่นหินอ่อนบรรจุร่างนายพลต้วนซีเหวิน อยู่ภายในศาลาเก๋งจีนขนาดใหญ่ สีขาว พื้นปูหินอ่อน ด้านหลังแท่นบรรจุศพ มีภาพถ่ายเก่าแก่เกี่ยวกับประวัติและผลงาน ด้านหน้าเป็นลาดเนิน มีตัวอักษร “ต้วน” ภาษาจีน สีทองบนพื้นสีฟ้า สุสานนายพลต้วน ตั้งอยู่บนเนินเหนือหมู่บ้าน ระดับความสูงประมาณ 1,300 ม .แยกขึ้นไปทางด้านข้างคุ้มนายพลรีสอร์ต ประมาณ 1 กม. สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2523 บริเวณที่ตั้งสุสานยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ของดอยแม่สลองได้อย่างกว้างไกล สามารถมองเห็นบ้านสันติคีรีในหุบต่ำลงไปเบื้องล่าง เป็นจุดชมทิวทัศน์ของหมู่บ้านที่ดีจุดหนึ่ง ด้านหน้ามีร้านชาสองร้าน ซึ่งจะเชิญชวนให้ผู้มาเยือนได้ทดลองชิมชา

อนุสรณ์สถานวีรชนอดีตทหารจีนคณะชาติ

ตั้งอยู่ที่ บ้านสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงประวัติศาสตร์ว่า ที่บ้านสันติคีรีเป็นหมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะชาติ (ทจช.ก๊กมินตั๋ง) กองพล 93 ได้ช่วยราชการไทยต่อสู้และปราบปรามคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ดอยหลวง ดอยขาว และดอยผาหม่น จ.เชียงราย พ.ศ.2514-2528 และพื้นที่เขาย่า จ.เพชรบูรณ์ ในปี 2524 จากการสู้รบดังกล่าวอดีตทหารจีนคณะชาติได้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพเป็นจำนวนมากรัฐบาลไทยจึงกำหนดสถานะให้อดีตทหารจีนและคณะชาติเหล่านั้น เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทย และให้แปลงสัญชาติเป็นไทยได้ ซึ่งทำให้อดีตทหารจีนคณะชาติเหล่านี้ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเป็นอย่างมาก อนุสรณ์สถานดังกล่าวออกแบก่อสร้างและตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมจีน ข้างในเป็นที่รวบรวมข้อมูล ประวัติความเป็นมาของชุมชนแม่สลอง ประวัติของคณะทหารจีนคณะชาติ ความเหนื่อยยาก การตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทย และมีห้องสมุดที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐานอ้างอิง มีการจัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์ความเป็นมา รูปภาพ และสิ่งสำคัญต่างๆ บนดอยแม่สลองที่ได้เกิดขึ้นในอดีต โดยนักท่องเที่ยวที่เข้าชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. เสียค่าบำรุงอนุสรณ์สถาน ฯ คนไทย 30 บาท คนต่างชาติ 50 บาท โทร.

เที่ยวชม ไร่ชา

ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย บ้านสันติคีรีเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่มีการผลิตชากันมาก และได้รับการพัฒนาให้เป็น

ผลิตภัณฑ์ชาที่จำหน่ายก็ได้ผ่านการคัดสรรให้เป็นสินค้าสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ชาที่ถูกใจนำไปฝากคนใกล้ ชิดได้เช่นกัน บ้านสันติคีรีนี้มีกลุ่มผลิตชาหลายกลุ่มได้แก่ กลุ่มชาวังพุดตาล บริษัทใบชาโชคจำเริญ จำกัด และกลุ่มสวนชาดอยตุง ซึ่งอยู่ที่ ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

การเดินทาง ขึ้นดอยแม่สลองมี 2 ทาง

เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงรายไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอแม่จันเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1089 ( แม่จัน ? ท่าตอน ) กิโลเมตรที่ 856 ผ่านน้ำพุร้อนป่าตึง บ้านห้วยหินฝน ถึงสามแยกกิ่วสะไต กิโลเมตรที่ 55 เลี้ยวขวาขึ้นดอยแม่สลองประมาณ 15 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอแม่จัน ไปยังอำเภอแม่สายถึงกิโลเมตรที่ 10 สามแยกศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา เลี้ยวขวาสู่ทางหลวง 1338 ไปพระตำหนักดอยตุง เลี้ยวซ้ายไปทางหลวง 1234 ผ่านบ้านอีก้อ ถึงสามแยกกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวซ้าย ขึ้นดอยอีก 16 กิโลเมตร

ฤดูการท่องเที่ยว ทุกฤดูกาล ช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือน พฤศจิกายน ? มกราคม สวยงามที่สุด

เทศกาล และกิจกรรม ดอยแม่สลองมี เทศกาลที่น่าสนใจมากมาย
- เทศกาลดอกซากุระบาน อยู่ในระหว่างเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์
- เทศกาลปีใหม่ชนเผ่า อยู่ในช่วงทุกๆ สิ้นปี
- เทศกาลตรุษจีน อยู่ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์
เทศกาลชมงานมหัศจรรย์ชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า ดอยแม่สลอง
งานมหัศจรรย์ชาดอยแม่สลอง จัดขึ้นช่วงเดือน ธันวาคม จนถึงเดือน มกราคม ณ บริเวณอนุสรณ์สถานวีรชนอดีตทหารจีนคณะชาติ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อำเภอแม่ฟ้าหลวงร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก กำหนดจัด “งานมหัศจรรย์ชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า ดอยแม่สลอง” ประจำปีขึ้น ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม-4 มกราคม ของทุกปี ณ บริเวณอนุสรณ์สถานวีรชนอดีตทหารจีนคณะชาติ บ้านสันติคีรี(ดอยแม่สลอง) ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย มีการจัดนิทรรศการ จำหน่ายใบชารสดี การแสดงวัฒนธรรมชนเผ่า ประกวดอาหารชนเผ่าและอาหารที่ประกอบจากใบชา ประกวดเทพธิดาใบชา ประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง การแสดงแสงสีเสียง(การแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชนเผ่า) บนดอยแม่สลอง 6 ยุคสมัย นอกจากนี้ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ส่งท้ายปีเก่า จะมีการจุดพลุ ปล่อยโคมลอย และเช้าวันที่ 1 มกราคม จะมีการทำบุญตักบาตรใบชาพระสงฆ์ มีขันโตก 9 มงคล

Share

ดอยผาตั้งทะเลหมอกภูผาตั้ง..มหัศจรรย์ช่องเขาขาด.. ลมเย็นแห่งเหมันตฤดูพัดเอื่อยโชยมายามเช้าตรู่ ท้องฟ้าสีฟ้าอมชมพูแกมแสดที่เห็นอยู่สุดริมขอบฟ้าเบื้องหน้าทำให้นึกถึงการชมทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้ามาทันที มาปีนี้อยากเปลี่ยนที่ชมทะเลหมอกไปอีกฝากฝั่งหนึ่งที่ภูผาตั้ง เคยได้ยินคำกล่าวว่าที่นี้ก็มีทะเลหมอกที่สวยงามกว้างไกลสุดสายตา บรรยากาศก็เย็นสบาย และมีอะไรให้ค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ อีกมาก
จากจังหวัดเชียงรายเราใช้เส้นทางสายเชียงราย ? เทิง ( ทางหลวงหมายเลข 1020 ) เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางปางค่า ? ภูชี้ฟ้า ( ทางหลวงหมายเลข 1021 ) ที่แยกบ้านปี้ ราว 21 กิโลเมตร ถึงแยกบ้านร่มฟ้าไทย ( เลี้ยวขวาไปทางภูชี้ฟ้า ) เลี้ยวซ้ายตรงไปอีก 20 กิโลเมตร ถึงบ้านร่มฟ้าสยาม เป็นจุดนัดพบกับคุณอนันต์ บรรลุศักดิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปอ อ.เวียงแก่นเพื่อเข้าที่พักที่ร่มฟ้าสยามฮิลล์รีสอร์ท ก่อนจะไปชมพระอาทิตย์ตกดินบนภูผาตั้ง

ภูผาตั้งหรือดอยผาตั้ง ตั้งอยู่ที่บ้านผาตั้ง หมู่ที่ 14 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เดิมเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลจัดสรรให้ทหารจีนสังกัดกองพล 93 มาตั้งถิ่นฐาน เช่นเดียวกับที่ดอยแม่สลอง ลักษณะเป็นสันเขาคดเคี้ยว มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามจับตาน่าชมยิ่ง โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์อัศดงยามเย็น ท้องฟ้าสดใสประดับทิวเมฆปุยยาวเรียงขนานไปตามแนวพื้นเหนือเนินเทือกเขา ประดับสีสันสีชมพูอมแสด มองเห็นดวงตะวันกลมโตสีส้มฉูดฉาดค่อยๆ ลับทิวเมฆกลืนลงไปตามแนวสันเขายิ่งงดงาม ประทับใจ

จากบ้านร่มฟ้าสยามเดินทางขึ้นมาทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร จะถึงทางแยกขึ้นไปภูผาตั้งระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถึงปากทางขึ้นภูผาตั้งซึ่งเป็นฐาน ตชด.เดิม มีลานจอดรถกว้างใหญ่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าอาหารและของที่ระลึก และห้องน้ำสะอาดไว้รองรับนักท่องเที่ยว ทางขึ้นภูผาตั้งได้มีการจัดทำบันไดหินคอนกรีตทำให้สะดวกสบายต่อการเดินขึ้นภูมากขึ้น จากปากทางขึ้นไปประมาณ 20 เมตร จะได้พบกับช่อง ?ผาบ่อง ประตูสยาม? อันเปรียบเสมือนประตูจากประเทศไทยสู่ประเทศลาวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าและสายน้ำโขงที่พาดผ่านเป็นเส้นยาวผ่านแนวป่าอย่างชัดเจน

ถัดจากช่องผาบ่องขึ้นไปอีกราว 15 เมตร จะเป็นเนินที่ประดิษฐานพระพุทธมังคลานุภาพลาภสุขสันติและศาลาทรงเก๋งจีน อนุสรณ์สถานของนายพลหลี่ ผู้นำ ทจช. ในอดีต จากเนินตรงนี้เดินลงไปอีก 30 เมตร ก็จะพบทางขึ้นไปชม ป่าหินยูนนาน ซึ่งเป็นหินรูปทรงลักษณะคล้ายภูเขาในประเทศจีนที่มีรูปทรงสูงๆ หลายแหลมขึ้นสลับทับซ้อนสวยงามมาก ก่อนจะไปถึง ช่องเขาขาด ที่ห่างออกไปราว 30 เมตร ช่องเขามีลักษณะเป็นกินผาที่ขาดแยกจากกันเป็นช่องมองลงไปเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวและสายแม่น้ำโขงได้ชัดเจนเช่นกันเพียงแต่เป็นหน้าผาสูงชัน ไม่มีเส้นทางเดินเลาะสันเขาเหมือนช่องผาบ่อง

จากจุดผาขาดเดินขึ้นดอยต่อไปยัง เนิน102 ระยะทางกว่า 300 เมตร จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินทางฝั่งประเทศไทย และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามกว้างไกลสุดสายตาทางฝั่งประเทศลาว ซึ่งตามจริงไม่เพียงชมทะเลหมอกทางฝั่งลาวได้ทางเดียวเท่านั้นทางฝั่งไทยก็สามารถชมได้ เห็นเป็นทิวหมอกละลอกคลื่นอยู่ไกลๆ หากขึ้นไปสำนักสงฆ์บ้านผาตั้ง ซึ่งห่างจาก เนิน102 ไปทางทิศตะวันตกราว 2 กิโลเมตร ก็จะเห็นทะเลหมอกบนทิวเขาฝั่งประเทศไทยได้สวยงามเช่นกัน

จากเนิน 102 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 500 เมตร ก็จะเป็น จุดชมทะเลหมอก ที่กล่าวได้ว่าสวยงามที่สุดกว่าทุกยอดบนดอยผาตั้ง เรียกว่า เนิน103 เพราะจะชมทะเลหมอกได้กว้างไกลแบบพานอรามาถัดออกไปอีก 700 เมตร ก็จะเป็น ภูผาหม่น จุดผจญภัยเดินป่าที่น่าตื่นเต้นและเป็นทางออกของ ถ้ำเพชร ที่มีจุดเริ่มต้นที่บ้านร่มฟ้าสยาม ตลอดความยาวในถ้ำกว่า 200 เมตร ที่มีหินงอกหินย้อยที่เป็นหินทราย เมื่อต้องแสงไฟจะทำให้ปรากฏประกายระยิบระยับสวยงาม

ค่ำคืนที่ผาตั้งช่างเงียบสงบ ท้องฟ้ามีเพียงเดือนกับดาว ราวไพรที่มีเสียงจักจั่นร้องกับกลิ่นหอมของ ดอกลำโพง ช่างเป็นค่ำคืนที่มีความสุขจริงๆ ใน ทริปการเดินทางนี้ เขาว่าที่นี่มีเสน่ห์ให้ชวนหลงไหลทั้ง ดอกซากุระ ที่จะบานพร้อมกันราวเดือนพฤศจิกายน อาหาร จีนยูนนาน และอาหารปลอดสารพิษ ได้จิบไวน์ผลไม้เมืองหนาวหรือชาจีนอุ่นๆ และการชมไร่กาแฟ อาราบีก้ากับเวลาที่เหลืออยู่ นับเป็นเวลาที่คุ้มค่าอะไรเช่นนี้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล นิตยสารไกด์บุ๊ค (เชียงราย) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2549, หน้า 8-10

Share

อุทยานแห่งชาติขุนแจเป็นชื่อเรียกตามชื่อของน้ำตกขุนแจตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางจากเชียงใหม่ประมาณ 1 ชั่วโมง ตามทางหลวงสายเชียงใหม่-เชียงราย อุทยานแห่งชาติขุนแจตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 ถือเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญครอบคลุมเนื้อที่ถึง 270 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานฯมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำตกและทิวทัศน์ที่งดงาม นอกจากนั้นยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขามานานกว่า 100 ปี
ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนแจเป็นภูเขาสูงและที่ราบสลับเนินเขา ประกอบด้วยหิน 2 ชนิด คือ หินอัคนีและหินตะกอน พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นหินแกรนิตซึ่งเป็นหินที่พบเห็นได้ทั่วไปตามภาคเหนือของไทย หินแกรนิตเกิดจากการหลอมละลาย ของชั้นหินภายใต้ผิวโลกและถูกแรงบีบคั้นจนไหลออกมาตามรอยแยกบนพื้นโลก และเย็นลงอย่างช้าๆ และ ปรากฏขึ้นบนผิวโลกโดยขบวนการพังทลาย หินแกรนิตจะดูคล้ายกับเกล็ดเกลือสะท้อนแสง และพริกไทยสีดำขนาดใหญ่ ส่วนที่เป็นสีขาวคล้ายเกลือนั้น คือ แร่ควอซ์ดและ เฟลสปา ส่วนที่เป็นสีดำ คือ ไมก้า หินอัคนีอีกชนิดหนึ่งที่พบในอุทยานแห่งชาติ เรียกว่า บะซอลท์ (basaltic) ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่เย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว เป็นหินสีเทาที่มีเนื้อละเอียด หินภูเขาไฟเหล่านี้สามารถพบทางแถบตะวันออกของอุทยานแห่งชาติ ส่วนหินตะกอน หินทราย และหินเชล เกิดจากการทับถมของตะกอนในแม่น้ำเวลานานเข้า จึงเกิดเป็นชั้นหินทรายที่พบในอุทยานแห่งชาติขุนแจ เป็นเม็ดทรายขนาดเล็กสีเทาทับถมเป็นชั้นๆ หินเชลมีสีเป็นสีเนื้ออ่อนและง่ายต่อการแตกหัก จุดสูงสุดคือยอดดอยลังกาหลวง มีความสูงถึง 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำลาวซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำกก ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นหุบเหว ซึ่งเกิดจากการกระทำของกระแสน้ำกัดเซาะ จนทำให้เกิดน้ำตกมากมาย ปริมาณน้ำฝนที่มากจึงมีอัตราการพังทลายของดินที่สูง ทำให้เกิดภูมิประเทศที่เป็นหุบเหวลึกนี้

ลักษณะภูมิอากาศ ฤดูแล้งในอุทยานแห่งชาติขุนแจ อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กรกฎาคม มีอุณหภูมิประมาณ 2-29 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กุมภาพันธ์ มีฝนตกเฉลี่ย 60 มิลลิเมตร/เดือน มีอุณหภูมิประมาณ 19-29 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน (เป็นช่วงที่มีการเกิดไฟไหม้) อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 22-23 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติขุนแจมีพันธุ์ไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับความสูงของพื้นที่จาก 300-800 เมตร จะเป็นป่าไผ่และป่าเบญจพรรณระดับความสูง 800-1,000 เมตร เป็นป่าดงดิบและป่าเต็งรัง มีความสูงระหว่าง 1,000-1,500 เมตร เป็นป่าดิบและป่าสน ส่วนสภาพป่าที่สูงกว่า 1,500 เมตรขึ้นไป เป็นป่าดิบเขาบริเวณหุบห้วย ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาแน่นเขียวชอุ่มซึ่งเป็นไม้จำพวกยางชนิดของต้นไม้ที่พบเป็นพืชชั้นล่างที่เด่น ได้แก่ กล้วยป่า เฟิน มอส และหญ้าที่ขึ้นตามชายน้ำ สัตว์ป่าที่พบเห็นได้ในอุทยานแห่งชาติขุนแจ สามารถพบเห็นได้แตกต่างกันตามสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยและช่วงเวลาระหว่างวันในหุบเขาริมธารและป่าชุ่มชื่นเป็นบริเวณที่มีพืชพันธุ์เขียวชอุ่ม ซึ่งพบเห็นสัตว์ป่าหลายชนิด ได้แก่ ชะมด หมูป่า เก้ง เม่น กระรอกหลายชนิด ทั้งที่อาศัยอยู่บนต้นไม้และพื้นดิน ค้างคาว กระต่ายป่า สัตว์ที่คาดว่าจะพบได้ในอุทยานแห่งชาติ เช่น หมี ลิงลม ชะนีธรรมดา แมวป่า เลียงผา นกต่างๆ เช่น นกแซงแซวสีเทา เหยี่ยวรุ้ง เหยี่ยวนกเขาซิครา นกจับแมลงหัวเทา นกตีทอง นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า ไก่ป่า สัตว์เลื้อยคลานเช่น งูเขียวหางไหม้ งูจงอาง กิ้งก่าบิน ตุ๊กแก จิ้งเหลน เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยว
- น้ำตกแม่โถ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความงดงาม มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 7 ชั้น และมีความสูงที่สุดประมาณ 40 เมตร ในฤดูฝนชั้นนี้จะสวยงามมาก การเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ถึงทางขึ้นน้ำตก (บ้านแม่โถ) ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ต่อจากนั้นเดินเท้าไปยังน้ำตกใช้เวลาชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ประมาณ 2 ชั่วโมง กิจกรรม – เที่ยวน้ำตก
- น้ำตกขุนแจ เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามและความโดดเด่น ประกอบด้วยน้ำตก 6 ชั้น บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับตั้งแค็มป์และกางเต็นท์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 1 ชั่วโมง เพื่อไปยังน้ำตก กิจกรรม – แค็มป์ปิ้ง – เที่ยวน้ำตก
- ดอยมด ความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด ทำให้เกิดสังคมพืชหลากหลายชนิดปกคลุมแอ่งน้ำใสสะอาดเต็มไปด้วยพืชชั้นล่างมากมายรวมทั้งพืชชั้นต่ำ เช่น กล้วยไม้ดิน เฟิน มอส และพืชอื่นๆ ร่มรื่นและชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา บนยอดดอยที่ระดับความสูง 1,700 เมตร รายรอบด้วยสภาพภูมิประเทศแปลกตาและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ สามารถมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ทางทิศตะวันตก ตัวเมืองเชียงรายทางทิศตะวันออก ยอดดอยลังกาทางทิศใต้และยอดดอยปางกอมทางทิศเหนือ นอกจากนี้บริเวณใกล้กับดอยมด ยังมียอดดอยหลวงและดอยผาช้าง ซึ่งเป็นสันปันน้ำที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงรายอีกด้วย กิจกรรม – ชมทิวทัศน์ – ชมพรรณไม้ – เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
- ดอยลังกา ความอลังการของยอดดอยลังกา มีความสูง 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงเป็นลำดับที่ 5 ของประเทศไทย ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามสลับซับซ้อนของเทือกเขาผีปันน้ำ และสภาพความหลากหลายของธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ยอดดอยลังกาและดอยบริวารตั้งอยู่ทางใต้สุดของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนและอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ การเดินทางสู่ดอยลังกาต้องใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 3 คืน 4 วัน บนยอดดอยปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าและป่าสนเขา สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ต้นกุหลาบพันปีจะออกดอกบานสะพรั่ง กิจกรรม – เดินป่าระยะไกล – ชมทิวทัศน์ – ชมพรรณไม้
- อ่างเก็บน้ำแม่ฉางข้าว อยู่ใกล้กับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขจ.1 (แม่ฉางข้าว) เป็นอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสำหรับการไปใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือรับประทานอาหารกลางวันบนแพกลาง อ่างเก็บน้ำที่ใส สะอาดก็จะได้บรรยากาศที่ดีทีเดียว กิจกรรม – ชมทิวทัศน์ – ล่องแพ/ล่องเรือ
- ดอยผาโง้ม เป็นเทือกเขาตอนกลางของพื้นที่ มีรูปร่างทอดตัวยาวในแนวตะวันตก-ตะวันออก โดยมีหน้าผาหินตัดโง้มลาดลงในทิศตะวันตก สภาพป่าเป็นป่าดิบเขาปนป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขา เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจแบบไต่เขา หรือเดินป่าชมทิวทัศน์ กิจกรรม – ชมทิวทัศน์ – เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
- ต้นไทร ใกล้ๆ กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีต้นไทรที่มีความโดดเด่นเจริญเติบโตจากต้นไม้หลายๆ ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากมาย กว้างใหญ่ให้ร่มเงาครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,600 ตารางเมตร และมีพืชอิงอาศัยอยู่มากมายหลายชนิด กิจกรรม – ชมพรรณไม้
- น้ำตกลำเกลียว เป็นน้ำตกขนาดกลาง ทีสวยงาม เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ เดินศึกษาธรรมชาติ กิจกรรม – เดินป่าศึกษาธรรมชาติ – เที่ยวน้ำตก

สิ่งอำนวยความสะดวก มีบ้านพัก ลานกางเต้นท์/เต้นท์ ห้องน้ำ ลานจอดรถไว้บริหารนักท่องเที่ยว

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 – 16.30 น. โทร. 0 5360 9262

การเดินทาง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนแจ ตั้งอยู่ติดกับทางหลวงแผ่นดินสายเชียงใหม่?เชียงรายห่างจาก ตัวเมืองเชียงใหม่ 56 กิโลเมตร การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติขุนแจ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ
? จากเชียงใหม่ สามารถเดินทางได้โดยรถปรับอากาศและรถธรรมดาสายเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด-เชียงราย จากสถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 2 (อาเขต) หรือนั่งรถสองแถวเล็กสีเหลืองสายเชียงใหม่-เวียงป่าเป้า-ท่ารถถนนไทยวงศ์
? จากเชียงราย สามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง และรถสองแถวเล็กซึ่งระยะทาง ห่างจากจังหวัดเชียงรายระยะทาง 129 กิโลเมตร หากต้องการเช่ารถก็มีร้านเช่ารถที่ให้บริการทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com ,
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/kunjae_01.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติขุนแจ ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ. เวียงป่าเป้า จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 0 5360 9262
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=147&lg=1

ขอบคุณแหล่งข้อมูลhttp://www.cots.go.th

Share

บ่อน้ำร้อนแม่ขะจานบ่อน้ำร้อนแม่ขะจาน ต. แม่เจดีย์ใหม่ อ. เวียงป่าเป้า (บ่อน้ำร้อนแม่ขะจานอยู่ริมทางซ้ายมือ ระหว่างหลัก กม.65-64 ถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่) มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติสามบ่อ แต่ละบ่อกว้างประมาณ 3 เมตร มีอุณหภูมิห้องประมาณ 80 องศา สามารถต้มไข่สุกได้ภายในเวลา 3 นาที มีห้องอาบน้ำแร่ของเอกชนที่ต่อจากน้ำพุร้อนมายังห้องอาบ อยู่ฝั่งตรงกันข้ามถนน ซึ่งเป็นจุดพักรถระหว่างทางจาก เชียงใหม่-เชียงราย
มีตลาดจำหน่ายของที่ระลึก เช่น เสื้อผ้า ผ้าฝ้ายทอพื้นเมือง เครื่องประดับ ไม้แกะสลัก มีร้านอาหาร ร้านชากาแฟ ให้แวะชิม

การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปวัดพระเจ้าทองทิพย์ แต่มุ่งหน้าไปทาง จ. เชียงใหม่ ตามทางหลวงหมายเลข 118 ผ่าน อ. เวียงป่าเป้า ตลาดแม่ขะจาน บ่อน้ำร้อนแม่ขะจานอยู่ริมทางซ้ายมือ ระหว่างหลัก กม.65-64

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เจดีย์ใหม่ ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 053-679085 (อบต.แม่เจดีย์ใหม่)
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.mjdmai.com/

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลhttp://www.cots.go.th

Share

เมืองโบราณเวียงกาหลง

เมืองโบราณเวียงกาหลง ตั้งอยู่บ้านป่าส้าน หมู่ที่ ๕ ตำบลเวียงกาหลง ห่างจากเส้นทางหลักสายเชียงใหม่ – เชียงราย แยกเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๓๕ ไปทางอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ประมาณ ๓ กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่เมืองโบราณเวียงกาหลง เมืองโบราณเวียงกาหลง ตั้งอยู่บนเนินดิน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในปี พ . ศ . ๔๙๙ ? ๕๐๐ ในปัจจุบันมีสิ่งที่พอจะเห็นได้คือ แนวกำแพงเมืองชั้นนอกและชั้นใน และสิ่งที่สำคัญที่พบในบริเวณใกล้เคียง คือเตาเผาเครื่องเคลือบดินเผา ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ เรียกว่า ? เตาแบบเวียงกาหลง ?
เมืองโบราณเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีการค้นพบเตาและชิ้นส่วนภาชนะต่าง ๆ อยู่ในทั่วไปในบริเวณ มีแนวคันดินแลคูเมืองเดิมยังหลงเหลืออยู่บางส่วน เวียงกาหลง สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๕ ( พ . ศ . ๕๐๐ ? ๕๙๙ ) ซึ่งปรากฎตามหลักฐานในหนังสือพงศาวดารชาติไทยเล่ม ๒ ของพระบริหารเทพธานี ได้กล่าวถึงแว่นแคว้นยวนเชียง ( หน้า ๔ บรรทัดที่๔ – ๖ ) ว่า ? เมื่อภายหลัง พ . ศ . ๕๙๐ แว่นแคว้นยวนเชียงก็แยกตั้งบ้านเมืองออกไปทางทิศตะวันตกอีกหลายเมือง เช่น เวียงกาหลง ( เวียงป่าเป้า ) เวียงฮ่อ ดงเวียง เมืองวัง ( วังเหนือ ) แจ้ห่ม เป็นต้น ? และในหนังสือประวัติศาสตร์เชียงราย ซึ่งจัดพิมพ์ในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ หน้า ๑๓ ก็ปรากฏความคล้ายกันคือ ? ในราวพุทธศตวรรษที่ ๕ มีพวกไทยถอยร่นจากตอนใต้ประเทศจีนปัจจุบัน มาสมทบกับพวกไทยที่เมืองเชียงลาวเพิ่มขึ้นมากทุกที จึงขยายเมืองให้กว้างขวางออกไปอีก เรียกว่า แคว้นชุนยางหรือยวนเชียว มีอาณาเขตแผ่ไปถึงหลายเมือง เช่น เวียงกาหลง ( เวียงป่าเป้า ) แจ้ห่ม เวียงฮ่อ ดงเวียง เวียงวัง ( วังเหนือ ) และเชียงแสน ทั้งนี้ภายหลังพ . ศ . ๕๙๐ เป็นต้นมาชื่อของเครื่องถ้วยเวียงกาหลงเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ปีพ . ศ . ๒๔๖๗ เป็นต้นมา นับแต่ พระยานครพระราม ( สวัสดิ์ มหากายี ) สำรวจพบซากเตาเผาจำนวนมาในพื้นที่ใกล้เคียงกับเมืองโบราณเวียงกาหลง และได้เขียนบทความผลการสำรวจและศึกษาวิเคราะห์ลงตีพิมพ์ในวารสารของสยามสมาคม

เมื่อปี พ . ศ . ๒๔๘๐ ต่อมาได้มีผู้ใหญ่บ้านของบ้านป่าส้านอ้างว่า ตนได้ฝันเห็นเตาเผาที่ใช้ผลิตเครื่องถ้วย จึงได้ทำการขุดค้นด้วยตนเองและพบเตาเผาในบริเวณบ้านและได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม แหล่งเตาเวียงกาหลงมีพื้นที่กว่า ๑๕ ตารางกิโลเมตร เครื่องถ้วยเวียงกาหลงมีลักษณะเด่น คือ เป็นเครื่องถ้วยที่มีน้ำหนักเบา เนื้อบาง เนื่องจากเนื้อดินที่นำมาใช้ทำการปั้นภาชนะมีคุณสมบัติดี เนื้อดินมีสีขาว สีเหลืองนวลหรือสีเทา เนื้อละเอียด มีเม็ดทรายเล็ก ๆ ปะปนบ้างเล็กน้อย สามารถขึ้นรูปภาชนะได้บางกว่าเครื่องถ้วยที่ผลิตจากแหล่งเตาอื่น ๆ ส่วนการเคลือบนั้นนิยมเคลือบถึงบริเวณเชิงของภาชนะ น้ำเคลือบใส มีทั้งสีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อนและมีสีเหลืองอ่อน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงกาหลง ต.เวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 053-704510 (อบต.เวียงกาหลง)

 

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลhttp://www.cots.go.th
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย
ศาลากลาง 750 ปีเมืองเชียงราย ถนนแม่ฟ้าหลวง ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100
โทรศัพท์ 053 – 150192 โทรสาร 053 – 177340 E- mail : chiangrai@mots.go.th , info@cots.go.th

ฝ่ายส่งเสริมกีฬา
สนามกีฬาจังหวัดเชียงราย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000 โทรศัพท์/โทรสาร053 – 713637

Share
« Previous Entries
Next Entries »