ยินดีต้อนรับ Travel Square Network แหล่งรวมข้อมูล ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ท่องเที่ยวทั่วไทย ที่ท่องเที่ยว

เว็บท่องเที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวไทย ที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวไทย ของทุก ๆ คนSign-up here »

Already a member?

Remember Me

Archives for ท่องเที่ยวเขตปทุมวัน

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (อังกฤษ: Bangkok Art and Culture Centre) หรือ หอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะตั้งอยู่ที่สี่แยกปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ประวัติ

โครงการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มศิลปินร่วมสมัยแห่งประเทศไทยนับพันคนได้จัดแสดงผลงานที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหวังให้สังคมเห็นว่า มีศิลปินมากพอที่ควรจะมี หอศิลป์ มาเป็นพื้นที่รองรับในการแสดงออกผลงาน และเก็บรักษาผลงานในอดีตและประวัติศาสตร์ เป็นที่รวมกลุ่มศิลปิน เพื่อพบปะ แลกเปลี่ยนความคิด แนวการทำงาน ผลก็คือการผลักดันให้เกิดการพัฒนาของวงการศิลปะในบ้านเมืองนี้

สมัยของ ดร.พิจิตต รัตตกุลได้รับตำแหน่งเป็นผู้ว่า กทม. มีการผลักดันจนกระทั่ง กทม. มีนโยบายที่จะสร้างหอศิลป์ขึ้น มีการกำหนดพื้นที่ตั้งหอศิลป์ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน และผู้ชนะจากการประกวดแบบหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้แก่ บริษัท Robert G. Boughey & Associates (RGB Architects) ความพร้อมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2539 แต่ในสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่า กทม. คนต่อมา โครงการหอศิลป์กรุงเทพมหานครถูกรื้อถอนโครงการความคืบหน้าเดิมทิ้งทั้งหมด โดยเปลี่ยนเป็นพื้นที่การค้าตามรูปแบบการใช้พื้นที่แถบนั้น และมีส่วนแสดงศิลปะไว้เล็กน้อย ซึ่งบรรดาศิลปินและคนทำงานศิลปะในหลายแขนงต่างไม่พอใจในการยุบโครงการนี้เป็นอย่างมาก และได้เคลื่อนไหวเรียกร้องมาตลอดสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช

จากการเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อสู้เพื่อให้มีหอศิลป์โดยเครือข่ายประชาชนและกลุ่มศิลปินที่ยาวนาน จนกระทั่งกรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าราชการฯ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิลปวัฒนธรรม และได้วางนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นนโยบายหลัก โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ของเด็ก เยาวชน และประชาชนในสังคม ให้ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม สภาแห่งกรุงเทพมหานครจึงได้อนุมัติงบประมาณดำเนินการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 509 ล้านบาท เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม ซึ่งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bangkok Art and Culture Centre) ได้เริ่มก่อสร้างในที่ดินของกรุงเทพมหานคร บริเวณสี่แยกปทุมวัน และได้มีการเปิดโครงการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2548

ในกำหนดการเดิม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะสร้างเสร็จช่วงปลายปี 2549 แต่การก่อสร้างได้ล่าช้าออกไปจากเดิม แล้วเสร็จเปิดใช้งานเมื่อ พ.ศ. 2551 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดหอศิลปฯ ประติมากรรมช้างเอราวัณ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ชุด “บารมีแห่งแผ่นดิน” และนิทรรศการโขนพรหมมาศ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 4 ปี นับตั้งแต่การเปิดโครงการหอศิลปฯ แห่งนี้อีกด้วย

พื้นที่ใช้สอยและตัวอาคาร
ตัวอาคารสูง 9 ชั้น (บวกอีก 2 ชั้นใต้ดิน) โดยในตัวอาคารถูกออกแบบมาให้เป็นทรงกระบอก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระหว่างอาคารได้ด้วยทางเดินวน เป็นแนวเอียงขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้คนที่เข้ามาชมผลงาน สามารถชมได้ต่อเนื่องในแต่ละชั้น นอกจากนี้ตัวอาคารยังออกแบบมาให้สามารถรับแสงสว่างจากภายนอกได้ โดยที่แสงไม่แรงพอจะที่เข้ามาถึงขนาดทำลายผลงานศิลปะที่แสดงอยู่ข้างในได้ นอกจากห้องนิทรรศการที่มีอยู่หลายส่วนแล้ว ภายในยังมีส่วนที่เป็นห้องสมุดประชาชน, ห้องปฏิบัติการศิลปะ, ห้องอเนกประสงค์ 300 ที่นั่ง, ร้านค้า รวมไปถึงโรงภาพยนตร์-โรงละครขนาด 222 ที่นั่ง

สถานที่ตั้ง
บริเวณสี่แยกปทุมวัน หัวมุมถนนพระรามที่ 1 และถนนพญาไทตรงข้ามมาบุญครอง และ สยามดิสคัฟเวอรี่, มีทางเดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ

เวลาทำการ
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ? 21.00 น. ในวันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์)

Share

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ ตั้งอยู่ที่บ้านเรือนไทยของจิม ทอมป์สัน ริมคลองแสนแสบ ฝั่งตรงข้ามคลองกับชุมชนบ้านครัว ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิม เป็นชุมชนทอผ้าแห่งหนึ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในพระนคร จิม ทอมป์สันย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ พ.ศ. 2490 จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2510

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน อยู่ในความดูแลของมูลนิธิจิม ทอมป์สัน จัดแสดงศิลปวัตถุของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะพระพุทธรูปยุคสมัยต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ตัวอาคารเรือนไทยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2539 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

Share

สนามมวยลุมพินี หรือ เวทีมวยลุมพินี (อังกฤษ: Lumpini Stadium) สนามมวยระดับมาตรฐานของประเทศ เทียบเท่ากับสนามมวยราชดำเนิน สนามมวยลุมพินี ตั้งอยู่ ณ ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ติดกับโรงเรียนเตรียมทหาร (เดิม) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2499 โดยพล.ต.ประภาส จารุเสถียร ขณะดำรงตำแน่ง ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เปิดทำการในวันที่ 8 ธันวาคม ปีเดียวกันนั้น ปัจจุบันก็อยู่ในความดูแลของกรมสวัสดิการทหารบก กองทัพบก[1]

สนามมวยลุมพินี นับได้ว่าเป็นสนามมวยที่มีประวัติยาวนานเช่นเดียวกับสนามมวยราชดำเนิน มีการจัดการชกมวยทั้งมวยไทยและมวยสากล ผ่านการนัดสำคัญ ๆ มากแล้วมากมาย เช่น การชิงแชมป์โลกครั้งแรกของโผน กิ่งเพชร กับ ปาสคาล เปเรซ เมื่อคืนวันเสาร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2503 เป็นต้น มีการชิงแชมป์ของเวทีทั้งในแบบมวยไทยและมวยสากล ซึ่งผู้ที่ได้แชมป์ของเวทีนี้ก็เสมือนได้แชมป์ของประเทศไทย และมีการเดิมพันแชมป์กับแชมป์ในรุ่นเดียวกันของสนามมวยราชดำเนินเสมอ ๆ

สนามมวยลุมพินี จัดให้มีมวยชกทุกวันอังคาร, ศุกร์ เวลา 18.00-22.00 น. และวันเสาร์ เวลา 17.00-24.30 น. เว้นวันสำคัญทางศาสนา

วัตถุประสงค์

1สนามมวยลุมพินี เป็นกิจการของกองทัพบก เพื่อเป็นสวัสดิการของข้าราชการกองทัพบก และสนับสนุนหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพบก
2 ผดุงและส่งเสริมศิลปะมวยไทยให้เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย
3 สร้างอาชีพให้แก่นักมวยไทยและสากล ให้เป็นอาชีพที่มั่นคงประเภทหนึ่ง
4 สร้างนักมวยสากลแชมเปี้ยนโลก เพื่อส่งเสริมเกียรติภูมิของชาติไทย
5 ร่วมมือกับสถาบันอื่น ๆ ที่มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน

Share

กรีฑาสถานแห่งชาติ (อังกฤษ: The National Stadium of Thailand) มีสถานะเป็นสนามกีฬาแห่งชาติของประเทศไทย อยู่ในความดูแลของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยส่งคืนสถานที่บางส่วนแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา และใช้อาคารสถานที่ในส่วนที่ยังเช่าอยู่ เพื่อเป็นที่ทำการของกรมฯ ตลอดจนสมาคมหรือองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา และนันทนาการต่างๆ กรีฑาสถานแห่งชาติ ตั้งอยู่ภายในที่ทำการของกรมพลศึกษา เลขที่ 154 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ประวัติ กรีฑาสถานแห่งชาติมีต้นกำเนิดจากการแข่งขันกรีฑานักเรียน ซึ่งโดยปกติจะจัดขึ้นในสนามกีฬาของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2477 นาวาโทหลวงศุภชลาศัย อธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก มีดำริในการจัดหาสถานที่ตั้ง สนามกีฬากลางกรมพลศึกษา, โรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษากลาง (ปัจจุบันคือ คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) และ สโมสรสถานลูกเสือ (ปัจจุบันคือ ที่ทำการคณะลูกเสือแห่งชาติ) จนกระทั่งได้ทำสัญญากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเช่าที่ดินขนาด 77 ไร่ 1 งาน ที่ตำบลหอวัง บริเวณวังวินด์เซอร์เดิม เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2478 เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 29 ปี

ต่อมา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 เวลาเช้า มีพระราชพิธีก่อพระฤกษ์ (พิธีวางศิลาฤกษ์) โดยคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์[2] ขณะเดียวกัน ก็ให้ย้ายการแข่งขันกรีฑานักเรียน ไปจัดขึ้นที่ท้องสนามหลวงเป็นการชั่วคราว โดยในปีต่อมา (พ.ศ. 2481) กรมพลศึกษาจึงย้ายที่ทำการ เข้ามาอยู่ภายในบริเวณกรีฑาสถานแห่งชาติ การใช้สนามกรีฑาสถานเป็นครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประชาชนชาย ประจำปี พ.ศ. 2481 ซึ่งเปลี่ยนสถานที่จัดมาจากท้องสนามหลวง

ทั้งนี้ สนามกรีฑาสถานจัดสร้างแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน ในราวปี พ.ศ. 2484 ซึ่งประกอบไปด้วย สนามฟุตบอลพื้นหญ้าขนาดมาตรฐาน พร้อมลู่วิ่งรอบนอก, อัฒจันทร์ทิศตะวันตก จำนวน 20 ชั้น ตอนกลางมีที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ หรือผู้แทนพระองค์ เบื้องหลังประดับตราพระมหาพิชัยมงกุฏและอุณาโลม พระราชสัญลักษณ์ประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ไทย มีหลังคารูปเพิงแหงนไม่มีเสาค้ำปกคลุมตลอดแนว และอัฒจันทร์ทิศเหนือ จำนวน 20 ชั้นเท่ากัน ส่วนด้านนอกสนาม ที่ยอดเสามุมซ้ายขวาของมุขกลาง มีรูปปั้นนูนสูงขนาดใหญ่ เป็นภาพพระพลบดีทรงช้างไอยราพต สัญลักษณ์ประจำกรมพลศึกษา ส่วนริมสุดทางซ้ายขวา ขนาบด้วยหอคอยสองข้าง พร้อมประตูทั้งสองฝั่ง ทิศตะวันออกเรียกว่าประตูช้าง ทิศตะวันตกเรียกว่าประตูไก่ และมีห้องทำงานกับห้องน้ำอยู่ในช่วงเชื่อมต่อ ระหว่างมุขกลางและหอคอยทั้งสองข้าง ทั้งนี้ การก่อสร้างอัฒจันทร์ทิศตะวันออกและทิศใต้ ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามมาในภายหลัง

ล่าสุด ในปี พ.ศ. 2551 มีการปรับปรุงบริเวณกรีฑาสถานแห่งชาติครั้งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ซึ่งประกอบด้วย ส่วนหน้าปะรำที่ประทับ ในสนามศุภชลาศัย ประดับด้วยพระบรมมหาราชวังจำลอง หน้ามุขทางขึ้น ตกแต่งคล้ายกับพระราชวังวินด์เซอร์ ที่สหราชอาณาจักร ปลูกต้นไม้รอบบริเวณสนาม ติดตั้งเก้าอี้บนอัฒจันทร์ทั้งหมด และปรับพื้นสนามหญ้าใหม่ ในส่วนสนามเทพหัสดิน อาคารกีฬานิมิบุตร และ อาคารจันทนยิ่งยง มีการปรับปรุงตกแต่ง ทาสี ติดตั้งเก้าอี้ ทำพื้นสนามหญ้า ตลอดจนปรับปรุงพื้นถนนภายในบริเวณกรีฑาสถานแห่งชาติทั้งหมด

อาคารสถานที่ภายในกรีฑาสถานแห่งชาติ

สนามศุภชลาศัย
สนามศุภชลาศัย เป็นสนามกีฬาหลักของกรีฑาสถานแห่งชาติ มีลู่วิ่งสังเคราะห์ สำหรับจัดการแข่งขันกรีฑา ใช้ในการแข่งขันกีฬานัดสำคัญ มีหลังคาหนึ่งด้าน พร้อมทั้งอัฒจันทร์โดยรอบ ปัจจุบันมีความจุผู้ชมรวม 35,000 ที่นั่ง[ต้องการอ้างอิง] มีชื่อเดิมว่า สนามกรีฑาสถาน ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง น.ท.หลวงศุภชลาศัย (ร.น.) อธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก

สนามเทพหัสดิน
สนามเทพหัสดิน เป็นสนามกีฬากลางแจ้ง มีลู่วิ่งสำหรับจัดการแข่งขันกรีฑา ใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาทั่วไป ความจุรวม 6,378 ที่นั่ง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 มีชื่อเดิมว่า สนามฮอกกี้ เนื่องจากใช้เป็นสนามแข่งขันฮอกกี้ ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง มหาเสวกเอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) บิดาแห่งกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย และ นายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตรักษาการอธิบดีกรมพลศึกษา ปัจจุบันเป็นสนามเหย้า ของสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน

สนามจินดารักษ์
สนามจินดารักษ์ ปัจจุบันเป็นศูนย์สาธิตและฝึกซ้อมกีฬาชายหาดแห่งชาติ ในอดีตเป็นสนามกีฬากลางแจ้ง สำหรับใช้ในการแข่งขันระดับรองและการฝึกซ้อมกีฬาทั่วไป มีชื่อเดิมว่า สนามกีฬาต้นโพธิ์ สร้างขึ้นภายหลังสงครามมหาเอเชียบูรพา ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง มหาเสวกโท พระยาจินดารักษ์ (จำลอง สวัสดิชูโต) อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา

สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์
สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์ เป็นสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานแข่งขัน พร้อมทั้งหอกระโดดและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงมีอัฒจันทร์สองฝั่ง ใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504 โดยดำริของ นายกอง วิสุทธารมณ์ อธิบดีกรมพลศึกษาในขณะนั้น ต่อมากรมพลศึกษาจึงเปลี่ยนจากชื่อเดิมคือ สระว่ายน้ำโอลิมปิก เป็นชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ ในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มจัดสร้าง

อาคารกีฬานิมิบุตร
อาคารกีฬานิมิบุตร เป็นสนามกีฬาในร่ม สำหรับการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาในร่ม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 เพื่อให้สมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่นชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 1 มีชื่อเดิมว่า อาคารยิมเนเซียม 1 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2528 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง พลโทเผชิญ นิมิบุตร อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา

อาคารจันทนยิ่งยง
อาคารจันทนยิ่งยง เป็นสนามกีฬาในร่ม สำหรับการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาในร่ม ตลอดจนฝึกกายบริหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 มีชื่อเดิมว่า อาคารยิมเนเซียม 2 และในปีถัดมา (พ.ศ. 2509) กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึง หลวงประเวศวุฑฒศึกษา (ประเวศ จันทนยิ่งยง) อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา

สถานที่อื่น
สนามวอร์ม 200 เมตร เป็นสนามฝึกซ้อมขนาดเล็ก ตั้งอยู่ระหว่างสนามศุภชลาศัย และสนามเทพหัสดิน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 เพื่อเป็นสถานที่อบอุ่นร่างกายของนักกรีฑา ที่เข้าแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ตามมาตรฐานการแข่งขันกรีฑาระดับนานาชาติ
ลานอุทยานนันทนาการ เป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549
ลานกีฬาอเนกประสงค์ เป็นสถานที่สำหรับออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมต่างๆ ตั้งอยู่หน้าอาคารกีฬานิมิบุตร

Share

สวนลุมพินี หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า สวนลุม เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 4 ล้อมรอบด้วยถนนวิทยุ ถนนราชดำริ และซอยสารสิน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 7 ในที่ดินเดิมเนื้อที่ 360 ไร่ ณ ทุ่งศาลาแดง ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานสำหรับสร้าง “สยามรัฐพิพิธภัณฑ์” เพื่อจัดแสดงสินค้าไทยเป็นครั้งแรก และจัดให้เป็น “สวนสาธารณะ” สำหรับประชาชน พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า “สวนลุมพินี” ซึ่งเป็นชื่อสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าในประเทศเนปาล แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อนจึงไม่แล้วเสร็จ

ในบริเวณใกล้เคียง ยังเป็นที่ตั้งของ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สวนลุมไนต์บาซาร์ และ สถานีรถไฟใต้ดิน (สถานีสีลม และ สถานีลุมพินี)

Share

ราชกรีฑาสโมสร (อังกฤษ: The Royal Bangkok Sports Club) เป็นสโมสรกีฬาซึ่งตั้งอยู่บนถนนอังรีดูนังต์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2444 ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสมาชิกเพื่อการเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ เช่น สนามกอล์ฟ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ห้องฟิตเนส นอกจากนี้ยังมีการมีการจัดการแข่งม้าที่สนามราชกรีฑาสโมสรในวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์สลับกับราชตฤณมัยสมาคม ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 12,500 คนตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1 ถนนอังรีดูนังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ดินในความดูแลของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ประวัติ ในปี พ.ศ. 2433 นายแฟรงคลิน เฮิร์สท์ ชาวอังกฤษ ได้เขียนจดหมายเสนอต่อกรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ เสนาบดีว่าการต่างประเทศ ว่าควรมีการจัดตั้งสมาคมเพื่อส่งเสริมการเพาะพันธุ์ดูแลม้า และการเล่นกีฬา ซึ่งควรเป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เข้าถึงได้ง่าย และไม่จำกัดสมาชิกเฉพาะคนต่างชาติเท่านั้น แต่ให้คนไทยสามารถเป็นสมาชิกได้ด้วย หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานอนุญาตให้สร้างราชกรีฑาสโมสร (เดิมชื่อ รอแยลสปอร์ตคลับ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 เปลี่ยนชื่อเป็น สโมสรราชกรีฑา)
การทำสัญญาเช่าพื้นที่บริเวณสระปทุมจึงเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2435 การก่อสร้างดำเนินต่อไปจนถึงปีพ.ศ. 2444 สมาคมจึงเปิดอย่างเป็นทางการ การแข่งม้าเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2446

สิ่งอำนวยความสะดวก?

คอร์ทเทนนิส
คอร์ทแบดมินตัน
สนามกอล์ฟ
สนามฟุตบอล
สระว่ายน้ำ หลังจากที่สระว่ายน้ำเก่ามีปัญหาน้ำรั่ว จึงมีการสร้างสระว่ายน้ำใหม่ และเปิดให้บริการตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2550 ประกอบด้วย 3 สระ
ห้องบิลเลียด

ห้องปิงปอง

ห้องฟิตเนส

ห้องสควอช

ห้องหมากรุก

 

 

Share

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างศูนย์การค้าสยามพารากอนและห้างเซ็นทรัลเวิลด์ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระเสริมศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปสร้างพร้อมกัน จำนวน 3 องค์ ได้แก่ พระเสริมพระใส และ พระสุก

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ยังเป็นตั้งของพระเจดีย์ ที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิ พระราชสรีรางคาร และพระอัฐิของพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ในราชสกุลมหิดลหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

Share

บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ในรูปแบบร้านไฮเปอร์มาร์ทขนาดใหญ่ชื่อ บิ๊กซี (Big C) มีสาขาอยู่ทั่วประเทศไทยและประเทศในเอเชีย เช่น เวียดนาม โดยข้อมูลในปี 2554 หลังจากควบรวมกิจการของคาร์ฟูร์ในประเทศไทย (บริษัท เซ็นคาร์ จำกัด) เข้ามา ทำให้บิ๊กซี มีสาขาทั้งหมด 104 สาขาในประเทศไทย โดยแบ่งแยกเป็นบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้าจำนวน 15 สาขา, บิ๊กซี จัมโบ้ 1 สาขาและ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 84 สาขา
โดยบิ๊กซีได้ให้ความหมายของคำว่า Big C คือ
Big หมายถึง พื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ พร้อมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับลูกค้า และยังครอบคลุมไปถึงความหลากหลายของสินค้าที่บิ๊กซีคัดสรรมาจำหน่าย โดยบิ๊กซีมีสินค้ามากกว่า 100,000 รายการ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า
C หมายถึงลูกค้าที่ให้การสนับสนุนบิ๊กซีตลอดมา
ประวัติ

บิ๊กซี เกิดจากความคิดกลุ่มค้าปลีกในเครือเซ็นทรัลเมื่อ พ.ศ. 2536 โดยได้ทำการก่อตั้งบริษัท เซ็นทรัล ซูเปอร์สโตร์ จำกัดขึ้นมา และได้ทำการเปิดสาขาแรกบนถนนแจ้งวัฒนะ ในปี พ.ศ. 2537[1] และก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็นบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในปี พ.ศ. 2538 แต่ต่อมาจนกระทั่งถึงช่วงวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 บริษัท Casino Guichard-Perrachon ผู้ประกอบการค้าปลีกอันดับสองของฝรั่งเศส ได้เข้ามาเพิ่มทุนและก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในพ.ศ. 2542

การซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 Casino Guichard-Perrachon หรือกลุ่มคาสิโน ได้ชนะการประมูลกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย ด้วยราคาซื้อขาย 686 ล้านยูโร โดยมีธนาคารดอยซ์แบงก์ เป็นที่ปรึกษา ทั้งนี้บริษัทดังกล่าวถือหุ้น บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในประเทศไทย และ 2 บริษัทจะร่วมตัวกัน และจะส่งผลให้สาขาของบิ๊กซีเพิ่มเป็น 105 สาขา จาก 60 สาขา คิดเป็นมูลค่า 35,500 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดค้าปลีกในประเทศไทยเหลือเพียง 2 เจ้าใหญ่เท่านั้น ได้แก่ เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ซึ่งกิจการก็ได้ควบรวมกันเสร็จสิ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน (มิถุนายน พ.ศ. 2554) บิ๊กซีได้ทำการรีโนเวตห้างคาร์ฟูร์จำนวนทั้งหมด 41 สาขาให้กลายเป็นบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 25 สาขา, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า 15 สาขา, บิ๊กซี จัมโบ้ 1 สาขาซึ่งเป็นสาขาทดลองตลาด ก่อนเปิดตัวจริงสิ้นปี พ.ศ. 2554, บิ๊กซี มาร์เก็ต 10 สาขา (เดิมคือ บิ๊กซี จูเนียร์ แต่เปลี่ยนชื่อหลังมาใช้ชื่อของคาร์ฟูร์แทน) และ เปลี่ยนสาขาคาร์ฟูร์ซิตี้ เป็นมินิบิ๊กซีครบทุกสาขาเรียบร้อยแล้ว

โดยบิ๊กซีได้กำหนดแบรนด์ใหม่ที่จะมาใช้แทนคาร์ฟูร์คือ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ซึ่งเป็นการนำเอาจุดเด่นในด้านการคัดสรรสินค้าจากทุกมุมโลก, การบริการที่เป็นเลิศของคาร์ฟูร์ มารวมกับราคาคุณภาพของบิ๊กซี โดยกรณีนี้ เป็นการศึกษาการให้บริการของ Extra ที่เป็นแบรนด์ไฮเปอร์มาร์เก็ตในประเทศบราซิล และเป็น 1 ในสมาชิกของกลุ่มคาสิโน และก็ได้นำมาปรับใช้ให้เข้ากับกับบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้านั่นเอง

Share

เทสโก้โลตัส (อังกฤษ: Tescolotus) เป็นกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในเมืองไทย เปิดทำการเมื่อปี พ.ศ. 2537 เดิมใช้ชื่อว่า โลตัส โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย ในนามของบริษัทเอก-ชัย ดิสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด เจ้าของ โลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์ ขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับกลุ่มเทสโก้เมื่อปี พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกข้ามชาติจากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นที่มาให้เกิดการควบรวมชื่อเป็น เทสโก้โลตัส ในปัจจุบัน โดยเทสโก้โลตัสในปัจจุบัน ได้มีการแบ่งรูปแบบตามขนาด และ Life Style ของแต่ละท้องที่

เนื้อหา
1 ไฮเปอร์มาร์เก็ต
1.1 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
1.2 ภาคเหนือ
1.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1.4 ภาคตะวันออก
1.5 ภาคกลาง
1.6 ภาคใต้
2 เทสโก้ โลตัส เอกซ์ตร้า
2.1 กรุงเทพมหานคร
2.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3 ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์
3.1 ภาคกลาง
3.2 ภาคตะวันออก
3.3 ภาคเหนือ
3.4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3.5 ภาคใต้
4 คุ้มค่า
4.1 ภาคกลาง
4.2 ภาคเหนือ
4.3 ภาคตะวันออก
4.4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4.5 ภาคใต้
5 ตลาดโลตัส
5.1 กรุงเทพและปริมณฑล
5.2 ภาคกลาง
5.3 ภาคตะวันออก
5.4 ภาคเหนือ
5.5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
5.6 ภาคใต้
6 เทสโก้โลตัส เอกซ์เพรส
ไฮเปอร์มาร์เก็ต
เทสโก้ โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ต เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่รวมประมาณ 8,000 – 12,000 ตรม. ซึ่งมีขนาดพิ้นที่ขายมากที่สุด มีสินค้าวางขายกว่า 36,000 รายการ โดยจะมีในส่วนของพลาซ่า และ Entertainment ต่างๆ หลากหลาย เช่น โรงภาพยนตร์ และ Specialty Store เช่น Home Pro เช่าพื้นที่อยู่ด้วย โดยส่วนใหญ่จะเปิดในกรุงเทพ และตามจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ หรือมีศักยภาพสูง ที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นมาก โดยส่วนใหญ่มักจะเปิดเวลา 9.00, 7.00, 6.00 น. และปิด เวลา 23.00, 24.00 น. ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน ทั้งหมด 86 สาขา ได้แก่

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ซีคอน สแควร์ (สาขาแรก)
ประชาอุทิศ
พระราม 1
พระราม 2
พระราม 3
สุขาภิบาล 1-นวมินทร์
มีนบุรี
หนองจอก
ฟอร์จูน ทาวน์-รัชดาภิเษก
รามอินทรา
แจ้งวัฒนะ
สุขุมวิท 50 (อ่อนนุช) (อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยน)
หลักสี่
ประชาชื่น
บางแค
บางปะกอก
บางกะปิ
ลาดพร้าว-ถนนพหลโยธิน (ปิดถึง 20.00น.)
จริญสนิทวงศ์-บางพลัด
วังหิน
ปิ่นเกล้า
สุขาภิบาล 3
บางใหญ่
รัตนาธิเบศร์
นวนคร
บ้านฟ้าปิยรมย์
รังสิต
รังสิต-นครนายก
รังสิตคลอง 7
ปทุมธานี
ลำลูกกา คลอง 2
ซิตี้พาร์คบางพลี
บางปู
บางพลี (สุวรรณภูมิ)
บางนา-ตราด (จะทำการปรับเปลี่ยน เป็น extra)
Plus Shopping Mall (ศรีนครินทร์ สมุทรปราการ)
คลองหลวง (กำลังก่อสร้าง)
ภาคเหนือ
เชียงใหม่ 1 (กาดคำเที่ยง)
เชียงใหม่ 2 (หางดง)
เชียงใหม่ 3 (ฝาง)
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แม่สาย (เชียงราย)
ตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นครราชสีมา 1 (นครราชสีมา)
นครราชสีมา 2 (ปากช่อง)
อุบลราชธานี
อุดรธานี 1
อุดรธานี 2 (นาดี)
ศรีสะเกษ
หนองคาย (ศูนย์การค้าบิ๊กเจียง)
ชัยภูมิ
เลย
ขอนแก่น 1
มหาสารคาม (กำลังก่อสร้าง)
ภาคตะวันออก
ชลบุรี
อมตะนคร (ชลบุรี) (Plus Shopping Mall)
ฮาเบอร์มอลล์ แหลมฉบัง (ชลบุรี)
พัทยาเหนือ (ชลบุรี)
พัทยาใต้ (ชลบุรี) (จะทำการปรับเปลี่ยน เป็น extra)
ระยอง
บ้านฉาง (ระยอง)
จันทบุรี
ภาคกลาง
ลพบุรี
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
พระนครศรีอยุธยา 1 (อยุธยาพาร์ค)
พระนครศรีอยุธยา 2 (บางปะอิน)
พระนครศรีอยุธยา 3 (เสนา)
สมุทรสาคร (มหาชัย)
นครปฐม
สามพราน (นครปฐม)
นครชัยศรี (นครปฐม)
ศาลายา (นครปฐม)
กาญจนบุรี
ราชบุรี
บ้านโป่ง (ราชบุรี)
หัวหิน มาร์เก็ต วิลเลจ (ประจวบคีรีขันธ์)
หัวหิน2 (ประจวบคีรีขันธ์) (กำลังก่อสร้าง)
ปราณบุรี (ประจวบคีรีขันธ์)
อรัญประเทศ (สระแก้ว)
ภาคใต้
ชุมพร
ตรัง
กระบี่
ภูเก็ต
ระนอง
พัทลุง
สตูล
หาดใหญ่ (สงขลา) (จะทำการปรับเปลี่ยน เป็น extra)
นครศรีธรรมราช
ทุ่งสง (นครศรีธรรมราช)
สุราษฎร์ธานี
เกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี)
ละไม สมุย (สุราษฎร์ธานี)
เทสโก้ โลตัส เอกซ์ตร้า
เทสโก้ โลตัส เอกซ์ตร้า (Tesco Lotus Extra) เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่ขายประมาณ 8,000 ตรม. ขึ้นไป ซึ่งโมเดลนี้จะมีขนาดพิ้นที่ขายมากที่สุด มีสินค้าวางขายกว่า 36,000 รายการ และเน้นการจำหน่ายสินค้าที่นำเข้าเป็นหลัก โดยจะเป็นการนำรูปแบบเอกซ์ตร้าของเทสโก้มาปรับใช้ ซึ่งถือว่าสาขาพระราม 4 จะเป็นสาขาแรกในทวีปเอเชียที่มาใช้โมเดลเอกซ์ตร้า หลังจากโมเดลดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศอังกฤษ ที่เปิดสาขาโมเดลเอกซ์ตร้ามาก่อนถึง 10 ปี เน้นความทันสมัยเป็นหลัก โดยจะเริ่มเปิดตัวจากการรีโนเวตใหญ่สาขาพระราม 4 ที่เปิดให้บริการมานานถึง 10 ปี และมีกลุ่มลูกค้าเยอะที่สุดเป็นสาขาแรก และกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะมีพื้นที่ในสาขาสูงที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดของสาขาโมเดลเอกซ์ตร้าคือ นอกจากมีพื้นที่ขายที่เริ่มต้นตั้งแต่ 8,000 ตารางเมตรแล้วนั้น จะยังมีพื้นที่พลาซ่าให้เช่าสูงกว่าโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตอีกด้วย และหลังจากนี้เทสโก้ โลตัสจะใช้เวลาในการสำรวจความพึงพอใจที่มีต่อแบรนด์ใหม่ ในระยะเวลา 3 เดือน เพราะเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียที่หันมาใช้รูปแบบนี้ และนอกจากนี้ยังเปิดเผยอีกว่า จะมีโครงการอัพเกรดสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ และสาขาพลัสช้อปปิ้งมอลล์ขึ้นมาเป็นเอกซ์ตร้าด้วย โดยสาขาที่จะอัพเกรดดังกล่าวต้องมีพื้นที่มากกว่า 8,000 ตรม. ขึ้นไป ไม่นับรวมพื้นที่ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ และทำเลคุ้มทุนในการอัพเกรด

เทสโก้โลตัส ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ (ห้างสรรพสินค้าที่แยกเป็นแผนกหรือส่วนๆ เนื่องจากกฎผังเมืองไม่เอื่ออำนวยให้สร้างเป็นแผนกเดียวกันได้) เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่รวมประมาณ 8,000-10,000 ตรม.โดยมีพื่นที่ขายประมาณ (สโตร์) 4,000-5,000 ตรม.และมีพื่นที่ส่วนมอลล์ประมาณ (พื่นที่ให้เช่า) 5,000 ตรม. มีสินค้าวางจำหน่ายกว่า 21,400 – 30,000 กว่ารายการ (สาขาที่มีสินค้าวางจำหน่ายมากกว่า 30,000 กว่ารายการตัวห้างจะมีลักษณะเป็นไฮเปอร์มาเก็ต และจะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 6:00 – 24:00 น.) ส่วนใหญ่จะเปิดในจังหวัดขนาดกลาง และอำเภอใหญ่ต่างๆ ที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นปานกลาง ซึ่งพัฒนามาจาก ไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านคุ้มค่า การชำระเงินสามารถชำระพร้อมกันได้ทุกแผนกในบางสาขา ซึ่งแผนกของกินของใช้บางสาขาจะใช้ชื่อว่า “ตลาดโลตัส”

ภาคกลาง
กระทุ่มแบน (สมุทรสาคร)
ประจวบคีรีขันธ์
ท่ายาง (เพชรบุรี)
ภาคตะวันออก
ปราจีนบุรี 2 (กบินทร์บุรี)
ปราจีนบุรี 3
ตราด
บ่อวิน (ชลบุรี)
ภาคเหนือ
ขาณุวรลักษบุรี (กำแพงเพชร)
เวียงสา (น่าน) (กำลังก่อสร้าง)
สุโขทัย (กำลังก่อสร้าง)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
บึงกาฬ
ชุมแพ
กาฬสินธุ์
หัวทะเล (นครราชสีมา 3)
ภาคใต้
สะเดา (สงขลา)
ถลาง (ภูเก็ต)
หาดใหญ่ใน (สงขลา)
คุ้มค่า
เทสโก้โลตัส คุ้มค่า ป็นห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่รวมประมาณ 8,000-10,000 ตรม.โดยมีพื่นที่ขายประมาณ (สโตร์) 4,000-5,000 ตรม.และมีพื่นที่ส่วนมอลล์ประมาณ (พื่นที่ให้เช่า) 5,000 ตรม. มีสินค้าวางจำหน่ายกว่า 21,400 – 30,000 กว่ารายการ (สาขาที่มีสินค้าวางจำหน่ายมากกว่า 30,000 กว่ารายการส่วนใหญ่จะเปิดในจังหวัดขนาดกลางถึงเล็ก และอำเภอใหญ่ต่างๆ ที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นปานกลาง

ภาคกลาง
สมุทรสงคราม
ชัยนาท
กำแพงแสน (นครปฐม)
สามชุก (สุพรรณบุรี)
ภาคเหนือ
เชียงคำ (พะเยา)
น่าน
พะเยา
พิจิตร
แพร่
ลำปาง
แม่จัน (เชียงราย)
อุตรดิตถ์
ภาคตะวันออก
ปราจีนบุรี 1 (ศรีมหาโพธิ)
สัตหีบ (ชลบุรี)
พนมสารคาม (ฉะเชิงเทรา)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ร้อยเอ็ด
มุกดาหาร
สุรินทร์
นครพนม
ธาตุพนม (นครพนม)
สกลนคร
สว่างแดนดิน (สกลนคร)
ท่าบ่อ (หนองคาย)
เดชอุดม (อุบลราชธานี)
กันทรลักษ์ (ศรีสะเกษ)
ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ)
อุทุมพรพิสัย (ศรีสะเกษ)
ภาคใต้
หลังสวน (ชุมพร)
ท่าศาลา (นครศรีธรรมราช)
ตลาดโลตัส
ตลาดโลตัส เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่ขายประมาณ 600 – 1,200 ตรม. มีสินค้าวางขายกว่า 4,500 รายการ การเปิดสาขาในบางอำเภอที่มีขนาดใหญ่ ใกล้ตัวจังหวัด หรือในอำเภอขนาดกลางถึงเล็ก ที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นน้อย ปัจจุบันมีทั้งหมด 69 สาขา ได้แก่

กรุงเทพและปริมณฑล
ปิ่นเกล้า # พาต้า ปิ่นเกล้า (กรุงเทพ)
ไชน่าทาวน์ (กรุงเทพ)
วัชรพล (กรุงเทพ)
อาคารจตุรัสจามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กรุงเทพ)
ปากเกร็ด (นนทบุรี)
พงษ์เพชร (นนทบุรี)
พระนั่งเกล้า (นนทบุรี)
บางกรวย-ไทรน้อย (นนทบุรี)
ลำลูกกาคลอง 4 (ปทุมธานี)
ภาคกลาง
บ้านแพ้ว (สมุทรสาคร)
บางปะอิน (อยุธยา)
ภิญญา (ลพบุรี)
โคกสำโรง (ลพบุรี)
บ้านหมี่ (ลพบุรี)
แก่งคอย (สระบุรี)
เดอะแกรนด์
บ้านโป่ง (ราชบุรี)
ดำเนินสะดวก (ราชบุรี)
โพธาราม (ราชบุรี)
สองพี่น้อง (สุพรรณบุรี)
ท่ามะกา (กาญจนบุรี)
ท่าม่วง (กาญจนบุรี)
บ่อพลอย (กาญจนบุรี)
หนองแค (สระบุรี)
บ้านหมอ (สระบุรี)
เพชรบุรี
ภาคตะวันออก
บ้านบึง (ชลบุรี)
พนัสนิคม (ชลบุรี)
พัทยากลาง (ชลบุรี)
บ้านเพ (ระยอง)
มาบตาพุด (ระยอง)
แกลง (ระยอง)
ปลวกแดง (ระยอง)
บางน้ำเปรี้ยว (ฉะเชิงเทรา)
บางปะกง (ฉะเชิงเทรา)
ขลุง (จันทบุรี)
ภาคเหนือ
จอมทอง (เชียงใหม่)
สันทราย (เชียงใหม่)
แม่แตง (เชียงใหม่)
บ่อสร้าง (เชียงใหม่)
ดีเซ็นเตอร์ (กำแพงเพชร)
ท่ามะเขือ (กำแพงเพชร)
ลานกระบือ (กำแพงเพชร)
พรานกระต่าย (กำแพงเพชร)
แฟรี่แลนด์ (นครสวรรค์)
ชุมแสง (นครสวรรค์)
ท็อปแลนด์พลาซ่า (พิษณุโลก)
พิษณุโลก ทาวน์ (พิษณุโลก)
ท๊อปแลนด์ (เพชรบูรณ์)
หนองไผ่ (เพชรบูรณ์)
เถิน (ลำปาง)
เกาะคา (ลำปาง)
ป่าซาง (ลำพูน)
แม่สอด (ตาก)
สวรรคโลก (สุโขทัย)
พาน (เชียงราย)
จุน (พะเยา)
ตะพานหิน (พิจิตร)
ปัว (น่าน)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มหาสารคาม
พล (ขอนแก่น)
แฟรี่พลาซ่า (ขอนแก่น)
กระนวน (ขอนแก่น)
น้ำพอง (ขอนแก่น)
ปักธงชัย (นครราชสีมา)
บัวใหญ่ (นครราชสีมา)
ถนนสืบศิริ (นครราชสีมา)
ป่าช้าจีน (นครราชสีมา) (โครงการ)
สุรินทร์พลาซ่า (สุรินทร์)
ลำปลายมาศ (บุรีรัมย์)
สุวรรณภูมิ (ร้อยเอ็ด)
บ้านผือ (อุดรธานี)
หนองหาน (อุดรธานี)
บ้านดุง (อุดรธานี)
เพ็ญ (อุดรธานี)
ตระการพืชผล (อุบลราชธานี)
พิบูลมังสาหาร (อุบลราชธานี)
เขื่องใน (อุบลราชธานี)
ม่วงสามสิบ (อุบลราชธานี)
เลิงนกทา (ยโสธร)
กุดชุม (ยโสธร)
ป่าติ้ว (ยโสธร)
ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ)
คำตากล้า (สกลนคร)
พังโคน (สกลนคร)
อากาศอำนวย (สกลนคร)
โพนพิสัย (หนองคาย)
บ้านแพง (นครพนม)
นาแก (นครพนม)
ด่านซ้าย (เลย)
ภาคใต้
วังไผ่ (ชุมพร)
อ่าวลึก (กระบี่)
ราไวย์ (ภูเก็ต)
เจ้าฟ้า (ภูเก็ต)
เชิงทะเล (ภูเก็ต)
กะทู้ (ภูเก็ต)
เกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี)
เกาะพะงัน (สุราษฎร์ธานี)
ปากพนัง (นครศรีธรรมราช)
กันตัง (ตรัง)
ย่านตาขาว (ตรัง)
ห้วยยอด (ตรัง) กำลังก่อสร้าง
ละงู (สตูล)
ควนโดน (สตูล)
หาดใหญ่ (สงขลา)
นาทวี (สงขลา)
ท้ายเหมือง (พังงา)
คลองท่อม (กระบี่)
โคกกลอย (พังงา)
เหนือคลอง (กระบี่)
เทสโก้โลตัส เอกซ์เพรส
เทสโก้ โลตัส เอกซ์เพรส เป็นร้านสะดวกซื้อของเทสโก้ เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ที่มีพื้นที่ขายประมาณ 300 – 600 ตรม. มีสินค้าวางขายกว่า 2,600 รายการ โดยส่วนใหญ่จะเปิดในกรุงเทพ และตามจังหวัดท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ หรือมีศักยภาพสูง ที่มีจำนวนประชากรหนาแน่น ปัจจุบันมีทั้งหมด 300 สาขา

Share

สยามสแควร์ (อังกฤษ: Siam Square) หรือเรียกกันว่า สยาม เป็นศูนย์การค้าแบบเชิงราบในกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนหัวมุมถนนพญาไท และถนนพระราม 1 โดยด้านหลังติดกับถนนอังรีดูนังต์ และด้านทิศตะวันออกติดต่อกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกด้านหนึ่งติดกับ ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง และอีกด้านหนึ่งติดกับ สยามเซ็นเตอร์ สยามสแควร์เป็นพื้นที่ในความดูแลของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ธุรกิจในสยามสแควร์มีความหลากหลาย ทั้งโลกของแฟชั่น อาหาร พื้นที่โฆษณา โรงเรียนกวดวิชา สังคมเด็กแนว หรือในแวดวงทางการธุรกิจการตลาด เป็นสถานที่ที่มีการทดลองสินค้า และกิจกรรมการตลาดแบบแปลกใหม่และเข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่ง มีจำนวนคนเดินในสยามสแควร์ในวันธรรมดาเฉลี่ยวันละ 20,000 คน วันหยุดไม่ต่ำกว่า 50,000 คน ซึ่งแต่ละคนมีกำลังซื้อเฉลี่ย 1,000 บาท/ครั้ง/คน

สยามสแควร์ในปัจจุบันมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายนอก รูปแบบอาคารอยู่เสมอ แต่ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงภูมิทัศน์ มีการเพิ่มการแพร่ภาพสื่อผ่านทางจอโทรทัศน์ทั่วสยามสแควร์ และทางสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการศึกษาผังแม่บทสยามสแควร์ขึ้นอย่างจริงจัง และโครงการในอนาคตหลังจากเซ็นเตอร์พอยท์ได้หมดสัญญาลงไป จะมีโครงการ “ดิจิตอล เกตเวย์” และยังมีโครงการอาคารจอดรถ โครงการโรงแรม 3 ดาวครึ่ง ในอนาคต

สยามสแควร์มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมสมัยนิยมของไทย โดยมีภาพยนตร์ที่มีฉากหรือเนื้อหาเกี่ยวกับสยามสแควร์ เช่น รักแห่งสยาม และ สยามสแควร์ นอกจากนี้มิวสิกวิดีโอก็นิยมใช้สยามสแควร์เป็นฉากในเรื่อง

Share
Page 1 of 2:«1 2 »