ยินดีต้อนรับ Travel Square Network แหล่งรวมข้อมูล ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ท่องเที่ยวทั่วไทย ที่ท่องเที่ยว

เว็บท่องเที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวไทย ที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวไทย ของทุก ๆ คนSign-up here »

Already a member?

Remember Me

Archives for ท่องเที่ยวเขตดินแดง

วัดกุนนทีรุทธาราม หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า ? วัดห้วยขวาง ? ตั้งอยู่ในซอยอินทามระ 59 ถนนประชาสุข เขตดินแดง มีพื้นที่ 9 ไร่ 50 ตารางวา สร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฎแน่ชัด ประมาณกันว่าไม่ต่ำกว่าปีพุทธศักราช 2428 (ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2457 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2512) โดยนายคล้าย ไม่ทราบนามสกุล และนายฟ้อน ซื่อสัตย์ เป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างวัด ลักษณะเด่นของวัดกุนนทีรุทธารามคือพระอุโบสถที่เสาทำด้วยไม้ แต่กำแพงก่ออิฐถือปูนและเครื่องบนใช้ไม้ทำทั้งหลังทรงไทย หลังคามุงกระเบื้อง ว่ากันว่าการก่อสร้างอาศัยฝีมือของชาวบ้านที่ร่วมลงแรงสร้างกันเองตามถนัด ทำให้รูปแบบการสร้าง เช่น ประตู หน้าต่างและหน้าบรรณมีความแตกต่างกัน วัดกุนนทีฯ เป็นแหล่งรวมรูปหล่อจำลองพระพุทธรูปสำคัญต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดดึงดูดประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้แวะมานมัสการเยี่ยมชมอยู่มิได้ขาด โดยเฉพาะ ?รูปหล่อหลวงปู่ปั้น? ซึ่งเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ จึงมักมีผู้เลื่อมใสมาบนบานศาลกล่าวกันอยู่เสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

วัดกุนทีรุทธาราม กับตำนานเจ้าแม่ตะเคียนเงิน-ตะเคียนทอง(ขอบคุณแหล่งข้อมูลจากคมชัดลึก)

วัดกุนทีรุทธาราม กับตำนาน…เจ้าแม่ตะเคียนเงิน-ตะเคียนทอง
ปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้ถึงความแตกต่างกันระหว่างคนจนกับคนรวย กับโลกวัตถุนิยมที่กำลังเติบโตแบบทวีคูณ ต่างคนต่างก็แสวงหากันมาเพื่อความสุขของตัวเอง ตรงนี้เราจึงเห็นว่าคนรวยในสังคมรวยกันจนล้น ขณะที่คนจนขนาดแสวงหาแล้วบางแทบจะไม่มีกิน จึงเกิดคำเปรียบเทียบที่ว่า คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น เราเห็นคนจนส่วนใหญ่หันมาเล่นหวยกันมาก เพราะหวังว่าวันหนึ่งอาจร่ำรวย

วันนี้คมชัดลึกจะพาไปสำรวจคนบ้าหวยกันที่ วัดกุนทีรุทธาราม เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เพราะวันนี้มีเจ้าแม่ตะเคียนเงิน เจ้าแม่ตะเคียนทอง สองพี่น้องที่ประชาชนในละแวกนั้นให้ความศรัทธาอย่างมาก นายรังสรรค์ แชประเสริฐ อายุ ๕๙ ปี เจ้าของบริษัท กอสโต จำกัด กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการขุดพบต้นตะเคียนทั้งสองต้นนี้ คืนหนึ่งเจ้าแม่ตะเคียนได้มาเข้าฝันว่า ขอให้ไปช่วยนำต้นตะเคียนขึ้นมาจากใต้น้ำด้วย เพราะอยู่มานานแล้ว ในความฝันนั้นเจ้าแม่ตะเคียนยังบอกด้วยว่ามีความประสงค์จะมาอยู่วัดห้วยขวาง(วัดกุนนทีรุทธาราม) เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าจึงได้เล่าให้กับลูกน้อง(นาย บุ่ง)ฟัง เพราะไม่รู้ว่าเจ้าแม่ตะเคียนที่มาเข้าฝันนั้นจมน้ำอยู่ที่ไหน

ต่อมาเหมือนเป็นปาฏิหาริย์เมื่อลูกน้องคนนี้ได้เดินทางกลับบ้าน พอดีในวันนั้นเขาได้ไปเจอกับนายแดงคนหาปลาจึงได้เล่าเรื่องความฝันทั้งหมดให้ฟัง จึงได้ทราบว่า มีบ่อทรายร้างบ่อหนึ่ง ของบริษัท ช.การช่าง อยู่กลางทุ่งนา ต.โคกพุทธา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง มีต้นตะเคียนขนาดใหญ่ต้นหนึ่งจมอยู่ใต้บ่อแห่งนี้ที่มีความลึกมากประมาณ ๑๐ เมตร ในกลางดึกคืนนั้นนายแดงผู้นี้ได้ฝันเห็นเจ้าแม่ตะเคียนทองมาหาแล้วบอกให้ช่วยนำขึ้นมาจากน้ำแห่งนี้ด้วย แต่นายแดงไม่รู้จะทำยังไง จึงได้บอกกับนายบุ่ง ดังนั้น เรื่องทั้งหมดนายบุ่งเลยได้มาเล่าให้กับนายรังสรรค์ฟังเพื่อออกตามหาความจากความฝันทันทีว่า เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องจริงเพียงใด

หลังจากมีการปรึกษากับผู้รู้เพื่อที่จะต้องเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรเพื่อไปใช้กู้ต้นตะเคียนแล้ว ในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๐ จึงได้มีการตั้งศาลบวงสรวง เพื่อทำพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนขึ้นจากน้ำ ตรงนี้เองได้เกิดเรื่องแปลกตามความเชื่อของชาวบ้าน เมื่อมีคนงานคนหนึ่งเป็นลม แล้วมีวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียนทองเข้าสิง เพราะได้ยินเสียงพูดขึ้นว่า ที่ใต้บ่อน้ำแห่งนี้ยังมีต้นตะเคียนจมอยู่อีกหนึ่งต้น ซึ่งเป็นน้องของตะเคียนทอง ขอให้ช่วยนำขึ้นมาด้วย และได้ทำพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนผู้น้องขึ้นมา

กระทั่งวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ได้มีการอัญเชิญต้นตะเคียนทั้งสองต้น ขึ้นรถเทรเลอร์ขนาดยักษ์เพื่อมุ่งหน้าสู่วัดห้วยขวางตามที่ตะเคียนทองผู้พี่ได้เข้าฝัน แต่กว่าจะนำต้นเคียนทั้งสองต้นมาจัดตั้งไว้ที่วัดก็เกือบเที่ยงคืน เนื่องจากทางเข้าวัดเป็นถนนไม่กว้างนัก ทำให้การขนย้ายกันค่อนข้างลำบาก ในที่สุดก็ได้นำมาวางไว้ที่วัดอย่างเรียบร้อย สำหรับต้นตะเคียนผู้พี่ มีน้ำหนักประมาณ ๒๐ ตัน มีความยาวประมาณ ๓๐ เมตร เส้นรอบวง ๖ เมตร อายุพันกว่าปี ได้มีการตั้งชื่อว่า ตะเคียนทอง ส่วนอีกต้น ยาวประมาณ ๑๔ เมตร เส้นรอบวง ๒ เมตร มีน้ำหนักประมาณ ๑๐ ตัน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหัวเรือสุพรรณหงส์ จึงมีการตั้งชื่อว่า ตะเคียนเงิน

?มีคนจำนวนมากที่มากราบไหว้ท่านแล้วถูกหวย ได้รับโชคลาภต่างๆ นั้น ตรงนี้ผมคิดว่าอยู่ที่ความศรัทธาต่อเจ้าแม่ตะเคียนมากกว่า เพราะมันคือความเชื่อและความศรัทธา ผมคงไปบอกว่าท่านศักดิ์สิทธิ์อย่างไรไม่ได้หรอก วันนี้ยังมีความตั้งใจที่จะสร้างศาลาให้กับเจ้าแม่ตะเคียนทั้งสองต้นเพื่อให้ท่านอยู่อย่างร่มเย็น โดยคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณสองล้านบาท? นายรังสรรค์ กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ ได้มีการสอบถามผู้ที่เดินทางมาขอหวยกับเจ้าแม่ตะเคียน น.ส.มลสุดา เสือจุ้ย อายุ ๒๑ ปี นักศึกษา ม.รามคำแหง กล่าวว่า ได้เดินทางมากับแม่เพื่อมาขอโชคลาภจากเจ้าแม่ตะเคียน อย่างน้อยขอให้ถูกหวยบ้างก็ดี จริงๆเชื่อว่าทุกคนที่เดินทางมาไหว้เจ้าแม่น่าจะเกิดความศรัทธาที่เชื่อว่าเจ้าแม่น่าจะช่วยบันดาลพรให้ได้ ส่วน น.ส.ยง ชิโคกสูง เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเกษตร กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า จากกระแสข่าวที่ได้รับฟังมาว่ามีคนถูกหวยจากเจ้าแม่ตะเคียนกันมาก ทำให้เดินทางมาเสี่ยงโชคแบบเขาบ้าง เชื่อว่าหากเราเป็นคนดีเจ้าแม่น่าจะชี้ช่องทางอะไรให้กับชีวิตเราได้บ้าง

มีสติไม่เสียสตางค์
พระครูโอภาสธรรมโสภณ เจ้าอาวาสวัดกุนนทีรุทธาราม ในฐานะที่ปรึกษาเจ้าคณะแขวงห้วงขวาง กล่าวว่า คนเราไม่ว่าจะกราบไหว้อะไรก็ขอให้ทำดีไม่ทำความชั่วก็เป็นอันว่าใช่ได้แล้ว ยิ่งสำคัญไปกว่านั้นต้องทำตัวให้บริสุทธิ์ โลกเราวันนี้ถามว่าทำได้ง่ายไหม คงตอบว่าหากทำกันจริงๆ คงทำยากพอสมควร ตรงนี้เลยอยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคน
พระพุทธเจ้าท่านสอนในเรื่องพระพุทธศาสนาที่ถือเป็นเรื่องหลักๆ ก็มีอยู่ ๓ ประการ คือ

๑.ไม่ทำความชั่ว
๒.ทำความดี
๓.ทำใจให้บริสุทธิ์

ก็การหมดจากกิเลส โดยกิเลสที่ว่านี้ก็คือ ความโกรธ ความโลภ ความหลงนั่นเอง แต่วันนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่าทำความดีทำยากและเห็นผลช้าจึงไม่ค่อยอยากทำกัน ส่วนใหญ่จึงหันมาทำความชั่วเ พราะทำกันง่าย
?คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาของโลกมนุษย์ แล้วให้อาตมาไปสอนพวกเขาก็คงเป็นเรื่องยากเช่นเหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่หลายคนทำไม่ให้มากเกินไปมันอยู่ที่การประมาณต้น อยากเล่นหวย เล่นอย่างไรไม่ให้ครอบครัวเดือดร้อน หากทำได้ก็เล่นไป สิ่งสำคัญต้องอย่าประมาณกับชีวิต ชีวิตก็จะมีความสุข มีสติไม่เสียสตางค์?พระครูโอภาสธรรมโสภณ กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่มีความศรัทธาในเจ้าแม่ตะเคียนเงิน เจ้าแม่ตะเคียนทอง สอบถามเส้นทางได้ที่วัดกุนนทีรุทธาราม ซ.ประชาสงเคราะห์ ๓๔ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โทร.๐๘-๑๑๗๐-๔๒๗๓

Share

ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) (อังกฤษ: Thai-Japan Bangkok Youth Center) เป็นศูนย์เยาวชนที่กำกับดูแลโดยกรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อเวลา 16.45 น. วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2525 อันประกอบด้วยสนามกีฬาประเภทต่างๆ คือสนามฟุตบอล พร้อมลู่วิ่งมาตรฐาน สนามแข่งขันกีฬาในร่มทุกประเภท เพื่อให้บริการแก่สมาชิก ซึ่งประกอบด้วยเยาวชน และประชาชนทั่วไป และมีการจัดฝึกสอนโดยผู้เชี่ยวชาญ ปัจจุบันมีนางกัลยา อิ่มอ่อง เป็นผู้อำนวยการ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง เลขที่ 2 ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

ประวัติ

ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เกิดขึ้นจากความประสงค์ในการจัดสร้างถาวรวัตถุขึ้นเป็นอนุสรณ์ เพื่อมอบให้แก่ประเทศไทย เนื่องในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2525 ซึ่งคณะรัฐมนตรี นำโดยพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เล็งเห็นประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนของชาติ จึงมีมติอนุมัติโครงการจัดสร้างศูนย์เยาวชน พร้อมทั้งมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสวัสดิการสังคม เป็นผู้ดำเนินการ ต่อมา กรุงเทพมหานครมีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างศูนย์เยาวชน โดยมีนายสมชัย วุฑฒิปรีชา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นเป็นประธาน ร่วมด้วยกรรมการอีก 14 คน เพื่อรับผิดชอบและประสานงานก่อสร้างอาคารศูนย์เยาวชน

โดยคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า พื้นที่ประมาณ 73 ไร่ บริเวณสนามกีฬาดินแดง ริมถนนโรงปุ๋ย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นถนนมิตรไมตรี เพื่อเป็นอนุสรณ์สืบเนื่องกับศูนย์เยาวชนฯ) ในเขตห้วยขวาง (ปัจจุบันอยู่ในเขตดินแดง ซึ่งตั้งแยกขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2537) ซึ่งเป็นของกรุงเทพมหานครอยู่แล้วแต่เดิม เหมาะสมกับการเป็นสถานที่จัดสร้าง นอกจากนี้ ยังมีอาคารกีฬาเวสน์ ที่ทำการศูนย์เยาวชนวิชูทิศ ซึ่งตั้งอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว และต่อมาก็รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์เยาวชนแห่งนี้ด้วย เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นเห็นชอบรายละเอียดโครงการแล้ว จึงมอบหมายให้เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยในขณะนั้น ลงนามในสัญญาข้อตกลงจัดสร้างศูนย์เยาวชน ร่วมกับผู้แทนรัฐบาลไทยคือ อธิบดีกรมวิเทศสหการ กระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 โดยมีบริษัท คุเมะ สถาปนิกและวิศวกร จำกัด เป็นผู้ออกแบบอาคารสนามกีฬา และควบคุมการก่อสร้าง ร่วมกับข้าราชการกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง จนแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคมปีเดียวกัน

ต่อมา มีการประกวดราคาก่อสร้างขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ผลปรากฏว่า บริษัท โอบายาชิ งูมิ จำกัด ชนะการเสนอราคาและเข้ารับดำเนินงานก่อสร้าง โดยเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2523 กรุงเทพมหานครลงนามในสัญญาก่อสร้างร่วมกับทั้งสองบริษัท ระบุการแบ่งงานก่อสร้างออกเป็นส่วนของฝ่ายไทยและฝ่ายญี่ปุ่น ซึ่งฝ่ายไทย โดยกรุงเทพมหานคร รับผิดชอบการทดสอบและถมปรับสภาพพื้นดิน พร้อมทั้งปลูกหญ้าและต้นไม้รอบบริเวณ, จัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมสำหรับการก่อสร้าง, ติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบโทรศัพท์ภายนอก และระบบระบายน้ำเสีย, ปรับปรุงอาคารกีฬาเวสน์ พร้อมทั้งหอพักนักกีฬา จำนวน 2 หลัง, จัดสร้างสนามฝึกซ้อมฟุตบอล สนามเทนนิส และสนามตะกร้อ, จัดสร้างโรงอาหาร พร้อมทั้งอาคารหอพักเจ้าหน้าที่และคนงาน จำนวน 2 หลัง 16 ห้อง, จัดสร้างลานจอดรถ 2 แห่ง พร้อมทั้งถนนเชื่อมโยงภายในบริเวณ, จัดสร้างรั้วกั้นรอบบริเวณ พร้อมทั้งรอบสนามฝึกซ้อม และหอพักนักกีฬา, จัดหาโต๊ะเก้าอี้สำหรับใช้ภายในสำนักงาน พร้อมทั้งเครื่องเรือนสำหรับห้องอาหาร

ส่วนฝ่ายญี่ปุ่น โดย บจก.โอบายาชิ งูมิ รับผิดชอบการจัดสร้างอาคารที่ทำการ ขนาด 3 ชั้น ซึ่งประกอบด้วย โรงยิมเนเซียม โถงแสดงนิทรรศการ ห้องฝึกอาชีพ ห้องสมุด ห้องฝึกซ้อมในร่ม ห้องประชุม ห้องอาหาร และห้องทำงานเจ้าหน้าที่, จัดสร้างสนามกีฬากลางแจ้งขนาดมาตรฐาน พร้อมทั้งลู่วิ่งและอัฒจันทร์ ซึ่งรองรับผู้ชมจำนวน 8,000 คน, จัดสร้างสระว่ายน้ำขนาด 25*50 เมตร พร้อมทั้งอัฒจันทร์ ซึ่งรองรับผู้ชมจำนวน 800 คน, เวทีกิจกรรมกลางแจ้ง รองรับผู้ชมจำนวน 200 คน, ห้องฉายภาพยนตร์ พร้อมทั้งเวทีการแสดง รองรับผู้ชมจำนวน 200 คน, อุปกรณ์กีฬาทุกชนิด ทั้งประเภทติดตั้งยึดกับพื้นดิน และที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ พร้อมทั้งอุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับอาคารและสถานที่ข้างต้น, จัดหาชั้นวางหนังสือในห้องสมุด

ทั้งนี้ งานก่อสร้างส่วนมากของฝ่ายไทย เริ่มขึ้นหลังจากที่ฝ่ายญี่ปุ่นดำเนินงานแล้วเสร็จ ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นแบ่งงานก่อสร้างออกเป็นสองระยะคือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม พ.ศ. 2523 ดำเนินงานก่อสร้างอาคารที่ทำการ พร้อมทั้งอัฒจันทร์ของสนามกีฬากลางแจ้งบางส่วน โดยทุนช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น มูลค่า 1,000 ล้านเยน และระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2523-ตุลาคม พ.ศ. 2524 ดำเนินงานก่อสร้างในส่วนอื่นทั้งหมด โดยทุนช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น มูลค่า 1,900 ล้านเยน รวมงบประมาณก่อสร้าง ทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานคร และที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือ เป็นเงินทั้งหมดกว่า 300 ล้านบาท อนึ่ง เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2523 พันเอกถนัด คอมันตร์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ศูนย์เยาวชน และเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2524 พลเรือเอกเทียม มกรานนท์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น เป็นประธานพิธีรับมอบศูนย์เยาวชน จาก บจก.โอบายาชิ งูมิ โดยกรุงเทพมหานครตั้งชื่อศูนย์เยาวชนแห่งนี้ว่า ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย?ญี่ปุ่น)

อาคารสถานที่

ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย?ญี่ปุ่น) มีอาคารและสนามกีฬาต่างๆ เพื่อให้บริการแข่งขันกีฬา และจัดกิจกรรมนันทนาการ แก่สมาชิกซึ่งเป็นเยาวชนและประชาชนทั่วไป ดังต่อไปนี้

1.อาคารศูนย์เยาวชนฯ – ประกอบด้วยที่ทำการสำนักงาน ห้องจัดแข่งขันกีฬาในร่ม ห้องจัดกิจกรรมนันทนาการ และห้องสมุด
เวทีการแสดงกลางแจ้ง – รองรับผู้ชมจำนวน 500 คน
ห้องฉายภาพยนตร์ – พร้อมทั้งเวทีการแสดง รองรับผู้ชมจำนวน 200 คน
2.อาคารกีฬาเวสน์ – เป็นอาคารเอนกประสงค์สองหลัง ใช้สำหรับแข่งขันกีฬาในร่มทุกประเภท ตลอดจนใช้จัดกิจกรรมนันทนาการ การแสดง การประชุม การอบรม และการสัมมนาต่างๆ
อาคาร 1 – มีอัฒจันทร์รองรับผู้ชมจำนวน 3,800 คน พร้อมทั้งลานจอดรถชั้นใต้ดิน จำนวน 120 คัน
อาคาร 2 – มีอัฒจันทร์รองรับผู้ชมจำนวน 1,300 คน
3.สนามกีฬาประเภทลู่และลาน – ประกอบด้วยสนามฟุตบอล พร้อมทั้งลู่วิ่งขนาดมาตรฐาน และอัฒจันทร์รองรับผู้ชมจำนวน 6,600 คน เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแบงค็อกยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552
4.สนามกีฬากลางแจ้ง – ประกอบด้วย
สนามวอลเลย์บอล จำนวน 1 สนาม
สนามบาสเกตบอล จำนวน 1 สนาม
สนามตะกร้อ จำนวน 1 สนาม
สนามเปตอง จำนวน 4 สนาม
สนามฝึกซ้อมฟุตบอล จำนวน 2 สนาม
5.สนามกีฬาในร่ม – ประกอบด้วย
สระว่ายน้ำ ขนาดมาตรฐาน 25*50 เมตร จำนวน 1 สนาม พร้อมทั้งอัฒจันทร์รองรับผู้ชมจำนวน 800 คน
สนามเทนนิส จำนวน 5 สนาม พร้อมกระดานซ้อม (น็อกบอร์ด)
สนามสควอช จำนวน 4 สนาม
กีฬาและกิจกรรมนันทนาการที่ให้บริการ

ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย?ญี่ปุ่น) เปิดให้บริการสถานที่สำหรับแข่งขันกีฬา และจัดกิจกรรมนันทนาการหลายชนิด แก่สมาชิกซึ่งเป็นเยาวชนและประชาชนทั่วไป (ตามลำดับอักษรไทย) ดังต่อไปนี้
กีฬา
กระบี่กระบอง
เคนโด
ตะกร้อ
เทนนิส
เทควันโด
เทเบิลเทนนิส
บาสเกตบอล
แบดมินตัน
เปตอง
ฟุตบอล
เพาะกาย
มวยไทย
มวยสากล
ยกน้ำหนัก
ยูโด
โยคะ
ลีลาศ
วอลเลย์บอล
ว่ายน้ำ
สควอช
แอโรบิก
ไอคิโด

กิจกรรมนันทนาการ
ขับร้อง
คหกรรม (งานประดิษฐ์, การประกอบอาหาร)
ดนตรีไทย
ดนตรีสากล
นาฏศิลป์ไทย
นาฏศิลป์สากล (แจ๊สแดนซ์, บัลเลต์)
ภาษาต่างประเทศ
ศิลปะ (วาดภาพระบายสี, เทคนิคสีน้ำ, หัตถศิลป์)
สายรถประจำทางที่ผ่าน

ฝั่งถนนดินแดง (ป้ายหยุดรถ หน้าโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ แล้วเดินเข้าถนนมิตรไมตรี ผ่านหน้ากระทรวงแรงงาน ประมาณ 400 เมตร)

รถปรับอากาศสาย ปอ.171, ปอ.172,ปอ.514 ปอ.529และปอพ.4 ปอพ.25 ปอพ34
รถธรรมดาสาย 12, 13, 36, 36ก, 54, 73, 73ก, 157, 163 และ 168
ฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต (ป้ายหยุดรถ บริเวณสะพานลอย ตรงข้ามโรงพยาบาลทหารผ่านศึก แล้วเดินเข้าถนนดินแดง ประมาณ 150 เมตร และเข้าถนนมิตรไมตรี ผ่านหน้ากระทรวงแรงงาน ประมาณ 400 เมตร)

รถปรับอากาศสาย ปอ.24, 69, 92, 538 และ 504
รถธรรมดาสาย 24, 69 , 92

Share

เขตดินแดง เป็น 1 ใน 50 เขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร อยู่ในกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง สภาพทั่วไปเป็นแหล่งการค้า การบริการ และแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

ที่ตั้งและอาณาเขต
เขตดินแดงตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือฝั่งพระนคร มีอาณาเขตติดต่อเรียงตามเข็มนาฬิกาดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตจตุจักร มีคลองบางซื่อ คลองพระยาเวิก และคลองน้ำแก้วเป็นเส้นแบ่งเขต
ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตห้วยขวาง มีถนนรัชดาภิเษกเป็นเส้นแบ่งเขต
ทิศใต้ ติดต่อกับเขตราชเทวี มีคลองสามเสนเป็นเส้นแบ่งเขต
ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตพญาไท มีถนนวิภาวดีรังสิตเป็นเส้นแบ่งเขต

ประวัติศาสตร์
เดิมเขตดินแดง มีฐานะเป็น แขวงดินแดง อยู่ในเขตปกครองของเขตห้วยขวาง ต่อมาในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2536 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยรวมพื้นที่แขวงดินแดง บางส่วนของแขวงสามเสนใน (เขตพญาไท) และบางส่วนของแขวงมักกะสัน (เขตราชเทวี) มาจัดตั้งเป็น เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ขึ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2537 เพื่อประโยชน์ในการปกครอง การบริหารราชการ และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในท้องที่

การแบ่งเขตการปกครอง
เขตดินแดงมีเขตการปกครองย่อยเพียง 1 แขวง (khwaeng) คือ แขวงดินแดง (Din Daeng)

การคมนาคม
ทางสายหลักในพื้นที่เขตดินแดง ได้แก่
ถนนรัชดาภิเษก
ถนนอโศก-ดินแดง
ถนนวิภาวดีรังสิต
ทางด่วนศรีรัช บางโคล่-บางปะอิน
ทางด่วนเฉลิมมหานคร
ทางต่างระดับโทลเวย์

ส่วนทางสายรอง ได้แก่
ถนนประชาสงเคราะห์
ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ
ถนนสุทธิสารวินิจฉัย
ถนนประชาสุข (สุทธิสาร แยก 1)
ถนนมิตรไมตรี
ถนนมิตรไมตรี 1
ถนนดินแดง 1
ถนนจตุรทิศ

ทางน้ำมีคลองบางซื่อ คลองน้ำแก้ว คลองสามเสน

และยังมีระบบขนส่งมวลชนตามแผนแม่บท ได้แก่
รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ตามแนวถนนรัชดาภิเษก (สถานีพระราม 9, สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ, สถานีห้วยขวาง, สถานีสุทธิสาร)
รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต, ถนนประชาสงเคราะห์ และตัดขวางบนถนนรัชดาภิเษก (สถานีดินแดง, สถานีประชาสงเคราะห์, สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ (ร่วมกับสายสีน้ำเงิน))
รถไฟฟ้าสายสีฟ้า ตามแนวถนนประชาสงเคราะห์, ถนนมิตรไมตรี, ถนนจตุรทิศ (สถานีประชาสงเคราะห์ (เชื่อมต่อกับสายสีส้ม), สถานีมิตรไมตรี, สถานีดินแดง)

สถานที่สำคัญ
สถานที่ราชการ
กระทรวงแรงงาน
ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ศูนย์ฝึกกำลังสำรอง
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น)
แฟลตดินแดง

ศาสนสถาน
วัดกุนนทีรุทธาราม (วัดห้วยขวาง) วัดพุทธ ฝ่ายเถรวาท มหานิกาย
วัดพรหมวงศาราม (วัดหลวงพ่อเณร) วัดพุทธ ฝ่ายเถรวาท มหานิกาย
วัดเล่งจิ๋วเจงเสี่ย (วัดจีน) วัดพุทธ ฝ่ายมหายาน
วัดแม่พระฟาติมา วัดคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก
มัสยิดมูฮายีรีน
มัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญีรีน

สถานศึกษา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาดรุณพิทยา
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร
โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม
โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี
โรงเรียนพาณิชยการจำนงค์
โรงเรียนเทคนิควิทยา
โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์
โรงเรียนสามเสนนอก
โรงเรียนวิชูทิศ
โรงเรียนวิชากร
โรงเรียนสามัคคีบำรุงวิทยา
โรงเรียนจำนงค์วิทยา
โรงเรียนจำนงค์พิทยา
โรงเรียนแม่พระฟาติมา
โรงเรียนพร้อมพรรณวิทยา
โรงเรียนอำนวยพิทยา
โรงเรียนกอบวิทยา
โรงเรียนนิธิปริญญา
โรงเรียนจันทรวิชา
โรงเรียนปัญจทรัพย์
โรงเรียนประไพพัฒน์

ห้างสรรพสินค้า
ฟอร์จูนทาวน์ รัชดาภิเษก
เทสโก้ โลตัส สาขาฟอร์จูนทาวน์
เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 9
ศูนย์การค้าเอสพละนาด
โรงภาพยนตร์ เอสพละนาด ซีนิเพล็กซ์
บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขารัชดาภิเษก
โฮมโปรพลัส สาขาบิ๊กซี รัชดาภิเษก
โรบินสัน สาขาถนนรัชดาภิเษก
บุญถาวร สาขารัชดาภิเษก

Share