ยินดีต้อนรับ Travel Square Network แหล่งรวมข้อมูล ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ท่องเที่ยวทั่วไทย ที่ท่องเที่ยว

เว็บท่องเที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวไทย ที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวไทย ของทุก ๆ คนSign-up here »

Already a member?

Remember Me

Archives for ท่องเที่ยวอำเภอเทิง

วัดพระธาตุจอมจ้อ เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอเทิง ตั้งอยู่ที่219 ม.20 บ้านเวียงจอมจ้อ ตำบลเวียง อำเภอเทิง ห่างจากที่ว่าการอำเภอเทิงไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงลังกาแบบสถาปัตยกรรมล้านนา

ประวัติการเริ่มต้นสร้างวัดพระธาตุจอมจ้อ

พระธาตุจอมจ้อ สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่เมืองเทิงอยู่ในความปกครองของราชวงศ์มังรายราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากแผนที่แหล่งโบราณคดีเวียงเทิง แสดงเขตที่ดินกำแพงเมืองและคูเมืองเทิงโบราณของกรมธนารักษ์ จังหวัดเชียงราย ซึ่งปรากฏหลักฐานภาพคูเมืองเทิงโอบล้อมดอยพระธาตุจอมจ้อและมีแนวคูเมืองเชื่อมต่อไปโอบวัดพระธาตุศรีมหาโพธิ์ (แหล่งโบราณคดีเวียงเทิง ระวาง 5048 III-2476, กรมธนารักษ์ จังหวัดเชียงราย) เมืองเทิงหรือเวียงเทิงเป็นเมืองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเนินเขาคลุมทั้งสองฟากแม่น้ำอิง ควบคุมเส้นทางคมนาคมที่สำคัญในลุ่มน้ำอิง ภายในเขตเมืองทั้งสองฝั่งแม่น้ำมีซากวัดวาอาราม เศษภาชนะดินเผาเคลือบและไม่เคลือบอยู่ทั่วไป นอกจากนั้นยังพบพระพุทธรูปและชิ้นส่วนพระพุทธรูปสกุลช่างพะเยาตามที่ต่าง ๆ ทั่วไป

บนเนินเขาที่ประดิษฐานพระธาตุจอมจ้อยังพบพระพิมพ์จำนวนมาก เป็นพระพิมพ์ปรกโพธิ์เชียงแสน ปางมารวิชัย เหนือเศียรลักษณะโพธิ์สองกิ่ง ออกข้างประภามณฑล มีฉัตรอยู่ยอดปรกพระเศียรมีเม็ดพระศก พระพักตร์ชัดเจน สังฆาฏิยาว มียอดพระถันบนพระอุระขวา พระหัตถ์ขวากุมพระชานุ ประทับนั่งบนฐานเชิงบาตร ชั้นบนเป็นบัวลูกแก้ว ชั้นล่างเป็นบัวขีดเนื้อชินเงินสนิมดำมีรอยปริคราบไขคลุมบางแห่ง ซึ่งเป็นพระพิมพ์เดียวกันกับที่พบในกรุวัดประตูโขง จังหวัดพะเยา

จากความน่าเป็นไปได้ทั้งด้านหลักฐานทางโบราณคดี และสภาพในทางภูมิศาสตร์ของเส้นทางการคมนาคมในลุ่มน้ำอิงจากเมืองพะเยาถึงเมืองเทิง อาจกล่าวได้ว่าเป็นหลักฐานสำคัญ ที่สนับสนุนข้อสันนิษฐานที่ว่าพระธาตุจอมจ้อน่าจะสร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21ลงมา ปัจจุบันพระธาตุจอมจ้อน่าจะมีอายุไม่น้อยกว่า 400 ปี

หลักฐานการสร้างพระธาตุจอมจ้อที่ปรากฏในเอกสารชั้นต้น

ประวัติการสร้างพระธาตุจอมจ้อ มีหลักฐานเอกสารการสร้างพระเจดีย์ ดังปรากฏในประชุมพงศาวดารภาคที่ 10 เรื่องราชวงศ์ษปกรณ์ พงศาวดารเมืองน่าน ฉบับเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้าน่าน หน้า 77 ตอนที่ 3 ว่าด้วยพระเจ้าน่าน(อนันตวรฤทธิเดช) บำเพ็ญสาสนูปถัมป์และสร้างพระไตรปิฎก ความว่า ?เถิงจุลศักราชได้ 1219 ตัวปีเมิงไซ้นั้นท่านก็ได้สร้างพระธาตุจอมจ้อ เมืองเทิงเป็นถ้วน 11?..? พระธาตุจอมจ้อน่าจะหมายถึงพระธาตุจอมจ้อองค์ปัจจุบันและคำว่า สร้าง ตามความที่ปรากฏอาจหมายถึงการซ่อมแซมบูรณะปฏิสังขรณ์ เนื่องจากเดิมเป็นวัดร้างมานานตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์อันเนื่องมาจากภัยสงครามกับพม่า
2.ประวัติการบูรณปฏิสังขรณ์

ได้มีการบูรณะหลายครั้งตั้งแต่โบราณกาล เท่าที่ปรากฏหลักฐาน

พ.ศ. 2389 – 2400 โดยเจ้ามหาพรหม เจ้าผู้ครองนครรัฐเวียงเทิงพระองค์หนึ่ง

พ.ศ. 2480 ซ่อมยอดฉัตรพระเจดีย์พระธาตุจอมจ้อ ดำเนินการโดย พระครูญาณประยุต เจ้าคณะแขวง เนื่องจากยอดฉัตรคด ท่านจึงได้รื้อลงมาซ่อมแซมและทำพิธีสมโภชยกยอดฉัตรใหม่ในวันเพ็ญเดือนแปดเหนือ เมื่อ พ.ศ. 2480

พ.ศ. 2484 ?2489 สร้างวิหารใหม่ เนื่องจากวิหารเดิมถูกไฟไหม้ ดำเนินการโดย ขุนนิเทศ ธุระรัฐ(แจ้ว เกตุสิงห์น้อย) นายอำเภอเทิง พร้อมด้วยพระครูญาณประยุต เจ้าคณะอำเภอเทิงและคณะศัรทธาชาวอำเภอเทิงและอำเภอใกล้เคียง

พ.ศ. 2498 – 2499 สร้างทางขึ้นพระธาตุ ดำเนินการสร้างโดยนายพร สวัสดิ์บรี นายอำเภอเทิงได้นำราษฏร ใช้จอบตัดทางรถยนต์ขึ้นพระธาตุทำให้รถยนต์ขึ้นถึงพระธาตุได้สะดวกขึ้น

พ.ศ. 2500 สร้างบันไดคอนกรีตขึ้นสู่องค์พระธาตุ 130 ขั้น เสริมองค์เจดีย์ให้มั่นคงแข็งแรงและยกยอดฉัตรใหม่เป็นครั้งที่สอง ดำเนินการโดยพระครูนิวิษฐ์สัทธาคุณ เจ้าคณะอำเภอเทิงพร้อมด้วยพ่อหลวงอ้าย วุฒิช่วย กำนันตำบลเวียงและศรัทธาชาวอำเภอเทิงและอำเภอใกล้เคียง

พ.ศ. 2506 – 2512 เกรดทางขึ้นพระธาตุด้วยเครื่องจักร สร้างลานบริเวณศาลานางย่อง และสร้างศาลารอบลานพระเจดีย์กว้าง 3 เมตร ยาว 54 เมตร ดำเนินการสร่างโดยนายสง่า ศิริวัฒน์ นายอำเภอเทิง ใช้รถแทรกเตอร์ของ ร.พ.ช. และนำคณะสร้างทางอำเภอเทิงซีบี มาสร้างศาลาดังกล่าวเพื่อให้มีที่พักผ่อนและกระทำพิธีทางศาสนารอบองค์พระธาตุกว้างขึ้น

พ.ศ. 2519 ทำลานจอดรถ ปรับพื้นถนนเป็นระยะทาง 300 เมตร ดำเนินการสร้างโดย

ส.จ.สมบูรณ์ วันไชยธนะวงศ์

พ.ศ. 2533 กะเทาะเปลือกปูนเก่าองค์พระธาตุออกทั้งหมด แล้วแล้วเสริมเหล็กโดยรอบแล้วฉาบปูนใหม่ และสร้างทางรถยนต์ขึ้นจากเชิงบันไดถึงองค์พระธาตุ

นำโดยพระครูนิวิษฐ์ศรัทคุณ เจ้าคณะอำเภอเทิง

พ.ศ. 2534 – 2537 ได้บูรณะอย่างต่อเนื่อง นำโดยพระครูนิวิษฐ์ศรัทธาคุณและพระครูมุนินทร์ ธรรมมานุวัตร เจ้าคณะอำเภอเทิง นายนิพนธ์ ขันธปราบ นายอำเภอเทิง กำนันพรวน ศรีสว่างและนักการเมืองท้องถิ่นหลายท่าน ร่วมบูรณะสิ่งต่างๆ ได้แก สร้างทางรถยนต์ขึ้นพระธาตุจอมจ้อระยะทาง 1200 เมตร สร้างศาลาเอนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ ถังเก็บน้ำใต้ดิน และพิพิทภัณฑ์ท้องถิ่น

พ.ศ. 2548 พระนิพนธ์ โกวิโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมจ้อ จักทำโครงการบูรณะสถานวัตถุโบราณ พระธาตุจอมจ้อ พระสิทธิสารมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ผู้พิจารณาเห็นชอบอนุมัติโครงการดังกล่าว พร้อมด้วยผู้สนับสนุนให้การอุปภัมภ์การดำเนินโครงการนี้ได้แก่ พระครูวินัยธรสมนึก จิตตนันโท พลเอกวิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์ พลตรีหญิงคุณหญิงรัชนีกร คงอุทัยกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นายนิมิต วันไชยธนะวงศ์ นายอำเภอเทิง องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงเทิง สภาวัฒนธรรมอำเภอเทิง และกำนันสุชาติ สุเดชมารค กำนันตำบลเวียง โดยเริ่มบูรณะตั้งแต่วันที่ 18 กุมพาพันธ์ 2548 ดังนี้
1.ทาสีองค์พระธาตุใหม่ด้วยสีอาคีลิก

2.เทพื้นหินทรายล้างรอบองค์พระธาตุจอมจ้อติดหินแกรนิตรอบองค์พระธาตุจอมจ้อ

3.จัดสร้างรั้วสแตนเลสรอบองค์พระธาตุจอมจ้อ

4.ทำพิธีบรรจุพระสารีธาตุเพิ่มบนยอดองค์พระธาตุจอมจ้อซึ่งได้รับบริจาคจากแม่ไส หน่อคำ โดยพระสิทธิสารมุนี เป็นประธานในพิธี วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พศ. 2548

5.สร้างถนนลาดยางมะตอยมาตรฐานระยะทาง1600เมตร พร้อมลานจอดรถ(งบประมาณการท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย)

6.สร้างลานจอดรถคอนกรีตเสิมเหล็ก จุดชมวิว และอาคารขายสินค้า OTOP และห้องสุขา 10 ห้อง(โครงการก่อสร้างอำเภอเทิง-พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอำเภอเิทิง)

7.ขยายจุดชมวิวและสถานที่ประกอยพิธีกรรมทางศาสนาบริเวณรอบองค์พระธาตุด้านทิศตะวันตก

8.ได้สร้างห้องกัมมัฎฐาน พร้อมห้องน้ำ 3 ห้องและ สุขา 3 ห้อง

9.เปลี่ยนยอดฉัตรองค์พระธาตุจอมจ้อและรอบองค์พระธาตุด้วยการปิดท้องคำแท้ 100 % จำนวน 1 ยอดฉัตร รอบองค์พระธาตุ 4 ฉัตร(ต้น)

ในการยกเปลี่ยนยอดฉัตรองค์พระธาตุจอมจ้อครั้งนี้ พระครูวินัยธร(สมนึก)วัดหนองตาบุญ

จ.สระบุรี พระนิพนธ์ โกวิโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมจ้อ (ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๗) ได้ทูลเชิญส่วนพระองค์หม่อมเจ้าหญิงมาลินีมงคล อมาตยกุล มาเป็นประทาน นายประพันธ์ภู่งาม นายอำเภอเทิง สส.รังค์สรรค์วันไชยธนะวงค์์ นายสวาทสมใจนายก อ.บ.ต.เวียง นายสุชาติสุเดชมาคร์ กำนัลตำบลเวียง

พระราชสิทธินายกเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย พระครูอุดมคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอเทิง
พระครูศรัทธาภิรัต รองเจ้าคณะอำเภอเทิง

พระครูสิริคันธวงค์ รองเจ้าคณะอำเภอเทิง พระครูรัตนประทีป เจ้าคณะตำบลเวียงเขต 1

พระครูวิสิฐพัฒนโสภณ เจ้าคณะตำบลเขต 2 พระครูวิจารณ์กิจวิมล เจ้าอาวาส วัดสันปูเลย

พระครูวิจารณ์พุทธิคุณ รักษาการเจ้าคณะตำบลงิ้วเขต 2 เจริญพระพุทธมนต์-ชัยมงคลคาถา

ในวันที่ 28 เมษายน พศ . 2552 เวลา 09.39 น.
ได้จัดสร้างอุโบสถ (วิหารหลังใหม่เนื่องจากเกิดไฟฟ้าลัดวงจร 10 ต.ค. 51)

12. ได้วางศิลาฤกษ์วิหารโดยนายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงาราย

นายประพันธ์ ภู่งาม นายอำเภอเทิงร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยส่วนราชการ

พระราชสิทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ประธานฝ่ายสงฆ์ พระครูอุดมคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอเทิงและคณะสงฆ์ร่วมในพิธี
3. สาเหตุของการเป็นวัดร้าง

ในปีพ.ศ.2326พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงแต่ตั้งเจ้าหนานจันทปโชติขึ้นเป็นพระยามงคลวรยศให้มาครองเมืองน่าน ขณะนั้นเป็นเมืองรกร้างว่างเปล่าพระยามงคลวรยศจึงตั้งมั่นอยู่ที่บ้านท่าปลา ฝ่ายพม่าได้แต่ตั้งเจ้าอัตถวรปัญโญเป็นเจ้าเมืองน่านในปีต่อมาเช่นกัน แต่เจ้าอัตถวรปัญโญตั้งมั่นอยู่ที่เมืองเทิง(หรือมวยชยาแปลว่าเจ้าเมือง) เจ้าอัตถวรปัญโญได้นำครอบครัวชาวน่านและชาวเมืองเทิงทั้งหมด ย้ายมาอยู่ที่บ้านถิดในเขตเมืองน่าน ต่อมาได้เกิดวิวาทกับเจ้าสุมนผู้เป็นน้าพระยามงคลวรยศจึงไกล่เกลี่ยปรองดองให้สมัครสมานสามัคคีแล้วยกเมืองน่าน ให้เจ้าอัตวรปัณโญขึ้นปกครองในปีพ.ศ.2331เจ้าอัตวรปัณโญได้มาเผ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ณ กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมาจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าอัตวรปัณโญเป็นผู้ครองนครน่านมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราชขึ้นต่ออาณาจักสยาม

จากเหตุการณ์ดังกล่าวสงครามและการอพยพคนเมืองเทิงทั้งหมดไปอยู่เมืองน่านครั้งนั้น เพื่อมิให้เป็นฐานกำลังของพม่าที่ครองเชียงแสนอย่เป็นเมืองสุดท้ายในขณะนั้น ตลอดจนการนำทรัพย์สมบัติต่างๆไปด้วยเช่น จารึกวัดพระเกิด(ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิทภัณฑ์จังหวัดน่าน) ทำให้เมืองเทิงเป็นเมืองร้างวัดพระธาตูจอมจ้อก็ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างไปด้วย จนมาถึงสมัยรัชกาลสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ลูกหลานของคนเมืองเทิงที่อพยพไปเมืองน่านครั้งสมัยราชกาลที่ 1 ได้ทยอยอพยพกลับมาเมืองเทิงตั้งบ้านเรือนอาศัยเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง จนถึงปัจจุบัน

4.ว่าด้วยเหตุที่ต้องบูรณะวัดพระธาตุจอมจ้อขึ้น

ด้วยประชาชนชาวอำเภอเทิงและอำเภอใกล้เคียงตลอดจนส่วนราชการต่างๆ ในอำเภอเทิงและคณะสงฆ์ในอำเภอเทิง มีความเห็นโดยพร้อมเพรียงกันว่า วัดพระธาตุจอมจ้อ เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดของอำเภอเทิง มีพระธาตุจอมจ้อเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองมาแต่อดีตกาล ทางอำเภอเทิงได้จัดงานประจำปีได้แก่ พิธีสรงน้ำพระธาตุในวันวิสาขบูชา ประเพณีขึ้นธาตุ เป็นต้น

วัดพระธาตุจอมจ้อเป็นสถานที่เผยแผ่อบรม ให้ความรู้ทางพุทธศาสนาและเป็นสถานฝึกปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนและหน่วยราชการตลอดมา เคยเป็นที่จำพรรษาของเจ้าคณะอำเภอเทิงมาอย่างต่อเนื่องและเป็นที่พำนักของพระสงฆ์และสามเณรหลายรูปที่มาศึกษาเล่าเรียนจัดเป็นวัดสำคัญที่เจ้าคณะอำเภอเทิง ทุกรูปให้ความสำคัญและดูแลอย่างใกล้ชิด

บนวัดพระธาตุจอมจ้อยังจักทำเป็นพิพิทธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุของเมืองเทิงในอดีต ได้แก่ พระพุทธรูปศิลปะน่านสมัยที่ 3 อายุราวศตวรรษที่ 21 เสมาหินทรายจารึกอักษรไทยนิเทศ เสาหินฐราณอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 เครื่องมือเครื่องใช้ ถ้วยชามโบราณสมัย อาณาจักล้านนา และทางจังหวัดเชียงรายได้จัดให้เป็นที่ท่องเที่ยวสักการะกราบไหว้พระ ธาตุ ๙ จอมในเชิงวัฒนธรรม-ประวัติศาสตร์

ขอบคุณแหล่งข้อมูลwww.watjomjor.com

Share

วนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงราย อยู่ในอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ฟ้าทอง หมู่ที่ ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งจัดตั้งเป็นวนอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 พื้นที่วนอุทยานเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร

Share