ยินดีต้อนรับ Travel Square Network แหล่งรวมข้อมูล ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ท่องเที่ยวทั่วไทย ที่ท่องเที่ยว

เว็บท่องเที่ยว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวไทย ที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวไทย ของทุก ๆ คนSign-up here »

Already a member?

Remember Me

Archives for ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร

วัดลาดกระบัง520 ถ.ลาดกระบัง – อ่อนนุช แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ 0 2737 0266
เดิมเรียก “วัดสาม” เพราะตั้งอยู่ด้านตะวันตกของปากคลองสาม สร้างขึ้นเมื่อปี 2424 โดย ไหมื่นราษฎร์” (น้อย) กับบุตรธิดาได้ถวายที่ดิน และจัดสร้างเสนาสนะต่างๆ ขึ้นภายในวัด

พระพุทธบุษโยภาส หรือ “หลวงพ่อขาว” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่อด้วยอิฐพอกปูนทาสีขาวทั้งองค์ ประดิษฐานอยู่ในวิหารใหญ่ ซึ่งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คนทั่วไปเคารพสักการะ

หลวงพ่อขาวซึ่งมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง?3?วา?ทรงปางมารวิชัยก่อด้วยอิฐพอกปูนทาสีขาวทั้งองค์จึงเรียกกันว่าหลวงพ่อขาว?ประดิษฐานอยู่ในวิหารใหญ่หลังอุโบสถ์วัดลาดกระบังพระครูเมตรตาวิหารหรือหลวงพ่อสายเจ้าอาวาสวัดลาดกระบังองค์แรกได้ชักชวนชาวลาดกระบังประกอบพิธีเริ่มก่อสร้างหลวงพ่อขาวขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี?ขึ้น15ค่ำเดือน ?6??ปีวอก ?พ.ศ.2441??นอกจากหลวงพ่อขาวแล้วบริเวณภายในวัดยังก็มีปะติมากรรมที่สวยงามและแปลกตาอย่างเช่น??พระพุทธรูปที่มีอริยบทแตกต่างกับพระพุทธรูปโดยทั่วไปคือพระพุทธรูปปางเกศธาตุมีลักษณะเด่นที่มือขวาวางอยู่บนเศียรมือช้าย วางไว้บนตักและพระพุทธรูปขับพระวักกลิ มีลักษณะมือซ้ายวางไว้บนหน้าอกมือขวาวางไว้บนตัก

 

การเดินทาง รถเมล์สาย : 1013 ขึ้นที่ปากซอยสุขุมวิท 77 ปอ.517 , ปอ.พ.23 บริเวณวัดเปิดทุกวัน 05.00 – 20.00 น. โบสถ์เปิดทุกวัน 08.00 – 17.00 น.

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร สามารถขอข้อมูลการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร ได้ที่ กองการท่องเที่ยว สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 17/1 ถ.พระอาทิตย์ เขตพระนคร กทม. 10200 www.bangkoktourist.com E-mail : bkktourism@hotmail.com

Share

ตลาดนัดเมืองมีน แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี จ.กรุงเทพมหานคร
ตลาดนัดเมืองมีน หรือตลาดนัดจตุจักร 2 จำหน่ายเสื้อผ้า ของประดับตกแต่งบ้าน สัตว์เลี้ยงหลายประเภท นกพันธุ์ต่าง ๆ ปลาตู้สวยงาม และอุปกรณ์สำหรับสัตว์ รวมทั้งอาหารสดอาหารแห้ง พืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ ต้นไม้และอุปกรณ์การเกษตร
เปิดบริการ เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ส่วนในวันพฤหัสบดี – ศุกร์ จัดเป็นตลาดนัดต้นไม้
ติดต่อ โทร. 02-5182062-4

Share

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร จ.กรุงเทพฯ
พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารสำนักงานไปรษณีย์นครหลวงเหนือ (หลังไปรษณีย์สามเสนใน) จัดแสดงแสตมป์ไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และแสตมป์ของประเทศสมาชิกสหภาพสากลไปรษณีย์ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดจัดเก็บหนังสือรวบรวมความรู้เรื่องการไปรษณีย์ทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ ในบริเวณเดียวกันยังมีการจำหน่ายแสตมป์ และอุปกรณ์เพื่อการสะสมแสตมป์ด้วย

เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2271 2439

Share

พิพิธภัณฑ์การกระจายเสียง ถนนพระราม 6 เขตพญาไท จ.กรุงเทพมหานคร
พิพิธภัณฑ์การกระจายเสียง ตั้งอยู่ที่อาคารหอประชุมชั้น 2 กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม 6 เขตพญาไท เดิมเป็นอาคารเครื่องส่งกระจายเสียง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2498 เป็นที่รวบรวมอุปกรณ์และเครื่องมือ เหตุการณ์ต่าง ๆ ทางด้านการจัดรายการข่าว แบ่งออกเป็นห้องจัดแสดงเป็นหัวข้อต่าง ๆ อาทิ กำเนิดวิทยุโทรทัศน์และกรมประชาสัมพันธ์ แสดงถึงวิวัฒนาการของอุปกรณ์กระจายเสียงในยุคต่าง ๆ การสื่อสารในยุคสงคราม ห้องส่งจำลอง หอจดหมายเหตุ ซึ่งเก็บประวัติผลงานของบุคลากรของกรมประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้อาคารนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภํณฑ์ท้องถิ่นเขตพญาไทด้วย
สอบถามรายละเอียด โทร. 02-6182323 ต่อ 2212, 2214
เว็บไซต์ www.prdnorth.in.th/BROADCASTING_MUSEUM

Share

ประวัติวัดบุณยประดิษฐ์ พระอารามหลวง เขตบางแค กทม.
วัดบุณยประดิษฐ์ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นพระอารามหลวงเพียงแห่งเดียวในเขตบางแค ตั้งอยู่เลขที่ ๙ หมู่ที่ ๒ ถนนพุทธมณฑล สาย ๒ แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๑๖๐ สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๓ ไร่ ๑๕ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๔๕๔๙ , ๑๗๔๕๒ , ๑๗๔๕๔ , ๑๑๙๙๑๓ และ ๘๓๖๒๒ ตั้งวัดเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งแรก ( ค้นหลักฐานไม่พบ)

ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๘ และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๔๗ ( ตามประกาศของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงวันที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๗) พื้นที่ตั้งของวัดมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบ

ทิศเหนือ ตั้งโรงเรียนประถม สังกัดกรุงเทพมหานคร ติดกับสหกรณ์การเกษตรเขตภาษีเจริญ
ทิศใต้ ติดคลองบางแวก
ทิศตะวันออก ติดที่ดินเอกชน
ทิศตะวันตก ติดที่ดินจัดสรรของเอกชน

ประวัติความเป็นมา
วัดบุณยประดิษฐ์ เดิมชื่อวัดใหม่บุญน่วม บ้างชาวบ้านก็เรียกว่าวัดใหม่ตาน่วม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เมื่อราวปีพุทธศักราช 2478 คุณโยมบุญ คุณโยมน่วม โพธินิมิตร เป็นผู้มีจิตศรัทธาถวายที่ดินสร้างวัด จำนวน 10 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา และได้กราบอาราธนาพระอาจารย์สวาท จากวัดศาลาแดง มาอยู่จำพรรษาและเป็นผู้ดูแลวัด จนกระทั่งท่านได้ถึงแก่มรณภาพ

ปีพุทธศักราช 2481 ทายกทายิกาได้กราบอาราธนาพระอาจารย์หรั่ง มาอยู่จำพรรษาและเป็นผู้ดูแลวัดเป็นรูปต่อมา จนท่านได้ถึงแก่มรณภาพ

ปีพุทธศักราช 2489 ญาติโยมทายกทายิกาได้กราบอาราธนาหลวงพ่อสิน ติสฺโส มาอยู่จำพรรษาและดูแลปกครองวัดเป็นลำดับมาและได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส รูปแรกของวัดบุณยประดิษฐ์ ท่านเป็นพระนักพัฒนาและเป็นนักปกครอง ท่านได้เชิญชวนคณะศรัทธาญาติโยมร่วมกันสร้างอาคารเสนาสนะ อาทิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาโรงทึม และในส่วนอื่น ๆ อีก เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการบำเพ็ญกุศล ในด้านการสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม หลวงพ่อสิน ติสฺโส ท่านได้เปิดให้มีการเรียนการสอนแผนกธรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตลอดอายุไขของท่าน ท่านได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดบุณยประดิษฐ์ และท้องถิ่นมาโดยลำดับ จนกระทั่งท่านได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2498 รวมสิริอายุ 77 พรรษา 41 ด้วยอาการอันสงบ

ปีพุทธศักราช 2499 พระอาจารย์จำรัส ภทฺทโก ผู้ดูแลปกครองวัด ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 และได้ลาสิกขาไปเมื่อปีพุทธศักราช 2503

ปีพุทธศักราช 2503 พระอาจารย์สนิท อมโร ซึ่งได้รับการอุปสมบท ณ วัดบุณยประดิษฐ์ แห่งนี้ เป็นผู้ดูแลปกครองวัดสืบมาและได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ท่านได้พัฒนาวัด โดยได้สร้างกุฎิสงฆ์จำนวน 40 ห้อง ปีพุทธศักราช 2510 ท่านได้ซื้อที่ดินเพิ่มขยายอาณาบริเวณวัดอีกจำนวน 5 ไร่เศษ ร่วมกับกรรมการและชาวบ้านตัดถนนมูลดินเพื่อทำทางเข้าวัด โดยใช้ชื่อว่า ถนนพัฒนกิจ จนกระทั่งท่านได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัด ราษฎร์ ชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครูอมรพัฒนกิจ ( สนิท อมโร) และได้ลาสิกขาไปเมื่อปีพุทธศักราช 2518

ปีพุทธศักราช 2518 คณะกรรมการและทายกทายิกา จึงได้กราบอาราธนาพระมหาทวนทองชินวํโส น . ธ. โท , ป. ธ. 3 ซึ่งได้อุปสมบท ณ วัดบุณยประดิษฐ์ แห่งนี้ และไปศึกษาพระปริยัติธรรม อยู่ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กลับมารักษาการแทนเจ้าอาวาสในปีพุทธศักราช 2518

ปีพุทธศักราช 2519 ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (พระวิสุทธาธิบดี วัดไตรมิตรวิทยาราม) ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุณยประดิษฐ์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พุทธศักราช 2519 เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 4 และเป็นรูปปัจจุบัน ท่านเป็นพระนักพัฒนา นักปกครอง ให้การสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม ได้พัฒนาบูรณะปฏิสังขรณ์อาคารเสนาสนะทั้งในส่วนของเดิม และก่อสร้างใหม่ อาทิ สร้างศาลาอเนกประสงค์ สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซื้อที่ดินขยายอาณาบริเวณวัดเพิ่มขึ้นฯ

ปีพุทธศักราช 2524 พระมหาทวนทอง ชินวํโส ป . ธ. ๓ , น. ธ. โท เจ้าอาวาสวัดบุณยประดิษฐ์ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท ในราชทินนาม ที่ พระครูพิพัฒนโกวิท

ปีพุทธศักราช 2528 ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะใหญ่หนกลาง (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา) ให้ดำรงตำแหน่งเป็นพระอุปัชฌาย์ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการศึกษาและสืบทอดเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการศึกษา พระปริยัติธรรมของหลวงพ่อสิน ติสฺโส อดีตเจ้าอาวาส ที่ท่านได้เปิดทำการสอนแผนกธรรมไว้ พระครูพิพัฒนโกวิท จึงได้ดำเนินการเปิดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีขึ้นในปีนี้เอง

ปีพุทธศักราช 2530 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

ปีพุทธศักราช 2533 ได้เสนอเรื่องในการขอจัดตั้งเป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรมจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับชั้นจนถึงมหาเถรสมาคมและได้รับอนุมัติให้ยกจากสำนัก ศาสนศึกษาขึ้นเป็น สำนักเรียนวัดบุณยประดิษฐ์ และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักเรียนวัดบุณยประดิษฐ์ด้วย

ปีพุทธศักราช 2539 พระครูพิพัฒนโกวิท เจ้าอาวาสและเจ้าสำนักเรียนวัดบุณยประดิษฐ์ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนาม ที่ พระปริยัติกิจโสภณ

ปีพุทธศักราช 2545 เจ้าคณะภาค 1 (พระธรรมโมลี วัดพิชยญาติการาม) โดยอนุมัติของเจ้าคณะใหญ่หนกลาง (สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม) แต่งตั้งให้พระปริยัติกิจโสภณ เจ้าอาวาสและเจ้าสำนักเรียนวัดบุณยประดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งการปกครองทางคณะสงฆ์ เป็นเจ้าคณะเขตบางแค และได้รับพระบัญชาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณ ป. ธ. 9) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2545

ปีพุทธศักราช 2547 วัดบุณยประดิษฐ์ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนาวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตามประกาศของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พุทธศักราช 2546 โดยประกาศในราชกิจจานุเษกษา เมื่อวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2547 พระเทพเมธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้แต่งตั้ง พระปริยัติกิจโสภณ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบุณยประดิษฐ์ พระอารามหลวง และต่อมาได้รับพระบัญชาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณ ป. ธ. 9) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดบุณยประดิษฐ์ พระอารามหลวง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พุทธศักราช 2547

ปีพุทธศักราช 2548 พระปริยัติกิจโสภณ เจ้าอาวาส ? เจ้าสำนักเรียนวัดบุณยประดิษฐ์ และเจ้าคณะเขตบางแค ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชรัตนโสภณ วิมลปริยัติกิจจาทร บวรสังฆาราม คามวาสี

สถานที่ตั้ง วัดบุณยประดิษฐ์ พระอารามหลวง

ถนนพุทธมณฑล สาย ๒ แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

โทร . ๐- ๒๔๑๓- ๓๐๔๒ Fax. ๐- ๒๔๕๔- ๗๐๒๙

Share

วัดเกาะสุวรรณาราม ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๓ แขวง คลองถนน เขต สายไหม(เดิมตั้งอยู่ที่ เขตบางเขน)กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๒๐ ซึ่งตรงกับ รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
พื้นที่ที่จะสร้างวัดเกาะสุวรรณารามนั้นเป็นที่ราบลุ่ม ล้อมรอบด้วยลำคลองและทุ่งนา พระครูพร พุทธสโร มาปักกรด ณ บริเวณนี้ ชาวบ้านจึงได้รวมใจกันนิมนต์พระครูพร ให้เป็นผู้นำในการสร้างวัดเเละอุโบสถ ซึ่งเจ้าของที่ดินที่จะสร้างวัดนั้น ชื่อ ?เกาะ? เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญเละเป็นผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก จึงได้รวบรวมที่ดิน กับญาติพี่น้องถวายที่ดินให้ ๑๓ ไร่ ถวายให้เป็นที่สำหรับสร้างวัด ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า ?วัดออเกาะ? ต่อมาวัดออเกาะ เปลี่ยนชื่อเป็น ?วัดเกาะสุวรรณาราม? หลังจากนั้น คุณสิน, คุณผุด รุ่งแก ได้ถวายที่ดินข้างวัดจำนวน ๔ ไร่ และผู้มีจิตศรัทธาได้รวบรวมที่ดินซึ่งเป็น ที่ทำนา ๑ แปลง ถวายให้วัดเกาะสุวรรณาราม
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๒๐ ถึงปัจจุบัน วัดเกาะสุวรรณารามมีอายุกว่า ๑๓๓ ปี
มีเจ้าอาวาสจำนวน ๘ รูป ดังราย
๑.พระดอม
๒.พระถมยา
๓.พระหยวก
๔.พระหงษ์
๕.พระครูพิศาลวิริยคุณ (สงวน ธมมโชโต)
๖.พระอธิการ ทองก้อน
๗.พระครูสุวรรณวรวัฒน์ (ลำไย สร้อยพลอย)
๘.พระครูปลัด มงคล ถิรปุญโญ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน(วัดเกาะสุวรรณาราม)

Share

สยามนิรมิต เป็นโรงละครขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนเทียมร่วมมิตร ใกล้กับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โรงละครการแสดงพื้นบ้านวัฒนธรรมไทยท่องป่าหิมพานต์ และท่องไปในสวรรค์ชั้นบน และ นรก

ตอนที่ 1 ล้านนานคร ล้านนามหานครเทวีแลเหล่านางกำนัลจัดเตรียมขบวนแห่อันวิจิตร พร้อมบรรดานางฟ้อน นางรำ พลดาบ ฝีมือกล้า ตามเสด็จองค์มหาราชา เพื่อร่วมในงานบุญตาม ประเพณี

ตอนที่ 2 การค้าขายทางด้านภาคใต้ ย้อนหลังไปสู่อาณาจักรศรีวิชัย จนล่วงมาอาณาจักรนครศรีธรรมราช ความรุ่งเรืองในยุคนั้น ได้เชื้อเชิญให้มหามิตรจาก แดนไกล เดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า ชมมหรสพและ การละเล่นของวัฒนธรรมชาวใต้ ที่ผสมผสานกันอย่าง กลมกลืน ทั้งไทยพุทธและมุสลิม

ตอนที่ 3 อีสาน ตำนานประสาทหิน บรรดาหนุ่มสาวชาวอีสานร้องรำทำเพลง เฉลิมฉลองกันอย่าง สนุกสนาน ในงานทำบุญผ้าพระเวสต่อหน้าพระธาตุพนม ตื่นตา ประสาทหินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และร่วมค้าหาความเร้นลับของนางอัปสราที่ถูกบรรจงปั้นไว้อย่างงดงาม

ตอนที่ 4 กรุงศรีฯ ราชธานีที่รุ่งโรจน์ ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกว่าสามร้อยปีสู่ กรุงศรีอยุธยาราชธานีที่รุ่งโรจน์และเกรียงไกร ได้เจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ประกาศถึงความมั่งคั่ง มั่นคง ดำรงไว้ซึ่งแสนยานุภาพ

องก์ที่ 2 ท่องไปในไตรภพ สู่ดินแดนแห่งจินตนาการ : นรก หิมพานต์ สวรรค์

ท่องสู่จินตนาการตามคติความเชื่อของชาวสยาม ตื่นตะลึงไปกับ ดินแดนในไตรภพ ร่วมดำดิ่งสู่ นรกภูมิ เผชิญหน้ากับยมราช และเหล่าภูตผีปีศาจที่ตื่นตะลึงไปกับป่าหิมพานต์ อันเร้นลับ สวยงาม สุดมหัศจรรย์ล่องลอยสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดินแดน แห่งเทพยดา และนางฟ้าทั้งหลาย ซึ่งมีอินทราเป็นเทพยดาสูงสุด

องก์ที่ 3 รื่นเริง สนุกสนาน สืบสานประเพณีไทย ด้วยความเชื่อที่ว่าทำดีได้ดีไปสวรรค์ ชนชาวสยามจึงมีประเพณี งานบุญมากมาย ที่ผสมผสานงานรื่นเริงและ การละเล่นต่างๆ สืบทอดมานานหลายร้อยปี สยามนิรมิต จะเป็นความภาคภูมิใจของ คนไทย จะเผยแพร่ความงดงาม และความทรงคุณค่าของความเป็นไทยให้กับผู้ชมทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก

เวลาการแสดง: 20.00 น. (ใช้เวลาในการแสดงประมาณ 1.20 ชั่วโมง)
รายละเอียดการแสดงสยามนิรมิต
19.00-19.30 เดินชมหมู่บ้านไทยสยามนิรมิต 4 ภาค ชมการทอผ้า ทำขนมไทย ฯลฯ
19.30-20.00 ชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านไทย ร่าเริง สนุกสนาน หน้าลานกลางแจ้งสยามนิรมิต
20.00-21.30 ชมการแสดงละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยระบบ แสง สี เสียง อันตระการตา

ที่ตั้งบ้านเลขที่?19?ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กทม.

Share

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Cultural Centre) เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการและจัดการแสดงต่างๆ อาทิ คอนเสิร์ต ละครเวที รวมไปถึงเป็นสถานที่จักการประชุมต่างๆ ตั้งอยู่บริเวณ ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ประวัติ

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2526 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยขึ้น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ โดยรัฐบาลไทยจะรับผิดชอบในการจัดเตรียมสถานที่ในการก่อสร้าง จัดสาธารณูปโภค และงบประมาณในการดำเนินการต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2528 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามสถานที่แห่งใหม่นี้ว่า “ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย” และชื่อภาษาอังกฤษว่า “THAILAND CULTURAL CENTRE” และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2530

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ต่อมาในปีพุทธศักราช 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยมีบทบาทหน้าที่สำคัญทางด้านศิลปวัฒนธรรม คือเป็นศูนย์กลางในการให้บริการทางการศึกษา ส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยสาขาต่าง ๆ แก่เยาวชนและประชาชนชาวไทย เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมไทย เกิดความรักหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และช่วยกันรักษาไว้เป็นศักดิ์ศรี และเกียรติภูมิของชาติสืบไป นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกันในบรรดาประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นอกจากจะมีบทบาทหน้าที่อันสำคัญในการเป็นแหล่งกลาง ของการจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นสถานที่สำหรับให้เช่าหรือบริการ เพื่อการแสดงออกซึ่งกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมที่เยาวชน และประชาชนสร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งรวมถึงการจัดประชุมสัมมนาระดับชาติ และนานาชาติด้วย

สถานที่สำคัญ

ภายในศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ประกอบไปด้วย

1.หอประชุมใหญ่ – หอประชุมมาตราฐานสากล ขนาด 2,000 ที่นั่ง มีเวทียก และหลุมสำหรับวงดุริยางค์ สำหรับใช้งานทางด้านการแสดงทุกประเภท ตลอดจนการประชุมระดับนานาชาติ
2.หอประชุมเล็ก – หอประชุมอเนกประสงค์ ขนาด 2,000 ตารางเมตร สามารถจัดเป็นระบบอัฒจันทร์ชั่วคราว 240 ที่นั่ง ซึ่งสามารถพับเก็บได้ นอกจากนั้นยังสามารถตั้งเก้าอี้เพิ่มเติม หากตั้งเต็มพื้นที่ หอประชุมนี้จุได้ทั้งสิ้น 500 ที่นั่ง สามารถปรับแต่งใช้งานได้หลายลักษณะ ตั้งแต่จัดการแสดง จัดการประชุมประเภทต่าง ๆ จัดนิทรรศการ และการเลี้ยงรับรอง
3.โรงละครกลางแจ้ง – ลานกลางแจ้งแบบมีที่นั้งสำหรับผู้ชมจำนวน 1,000 ที่นั่ง ใช้สำหรับจัดการแสดงกลางแจ้งประเภทต่าง ๆ เช่น การแสดงดนตรี การแสดงการละเล่นพื้นเมือง และอื่น ๆ
4.อาคารนิทรรศการ และบริการทางการศึกษา

การเดินทาง
การเดินทางไปศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถเดินทางด้วย
รถส่วนบุคคลหรือรถแท็กซี่

รถโดยสารประจำทาง
จากถนนรัชดาภิเษก สาย 73, 73ก, 136, 137, 157, 172, 206, 514, 528, 529
จากถนนพระราม 9 / สาย 168, 137, 171, 537, 551, ปอพ.4
จากถนนเทียมร่วมมิตร / สาย 122
จากถนนรามคำแหง / สาย 122, 137
รถไฟฟ้ามหานคร (รถไฟฟ้าใต้ดิน) ลงที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

Share

อดีตสวนผลไม้ของชาวกรุง

ความรุ่งเรืองของคลังสินค้าริมฝั่งเจ้าพระยา

ศิลปกรรมล้ำค่าครั้งกรุงเก่า

 

 

ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นฯ เขตราษฎร์บูรณะ
ที่ตั้ง

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตราษฎร์บูรณะ ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนวัดประเสริฐสุทธาวาส ถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ

การเดินทาง

รถประจำทางที่ผ่านถนนราษฎร์บูรณะ สาย 6, 17

 

 

 

 

ภายในพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตราษฎร์บูรณะ ได้จัดแสดงวัตถุและชุดนิทรรศการที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของพื้นที่ในบริเวณนี้อย่างครบถ้วน นับตั้งแต่หลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงถึงความเป็นชุมชนเก่าแก่มาแต่อดีต ความเป็นพื้นที่ ? สวนในบางกอก ? ย่านสวนผลไม้และผลิตผลจากสวนชื่อดังที่ส่งเข้าไปขายในเมืองกรุง ผ่านสู่ยุคที่ความเจริญทางด้านคมนาคมแผ่ขยายเข้าสู่พื้นที่ อีกทั้งความเหมาะสมของพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้พัฒนาเป็นพื้นที่ตั้งของคลังสินค้า โรงสี โกดัง จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนผ่านวิถีชีวิตและภูมิปัญยาที่ถ่ายทอดกันมาจนปัจจุบัน

การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

  • ภาพรวมของกรุงเทพมหานคร
  • ข้อมูลเบื้องต้น เขตราษฎร์บูรณะ
  • หลักฐานชุมชนดั้งเดิมในเขตราษฎร์บูรณะ
  • ราษฎร์บูรณะในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์
  • สภาพภูมิศาสตร์ที่อื้อต่อการทำสวน
  • เส้นทางการผลส่งสินค้าในอดีต
  • วิถีชาวสวนหมากในราษฎร์บูรณะ
  • เขตราษฎร์บูรณะกับความเปลี่ยนแปลง
    - โรงสีโกดังสินค้าริมแม่น้ำ และอาชีพขนถ่ายสินค้า
    - การตัดถนนสายสำคัญและการสร้างสะพานพระรามเก้า
  • ศิลปวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยว
  • แผนที่แสดงเส้นทางท่องเที่ยวในเขตราษฎร์บูรณะ
มุมเด่นในพิพิธภัณฑ์ ??เทวรูปหินทราย ศิลปะสมัยลพบุรี
เทวรูปหินทราย ศิลปสมัยลพบุรี พบที่วัดประเสริฐสุทธาวาส เป็นหลักฐานทางโบราณคดีชิ้น
สำคัญ ที่อาจสันนิษฐานได้ว่า บริเวณนี้อาจมีการตั้งชุมชนมานานนับพันปี
เส้นทางการลำเลียงสินค้าในอดีต
คลองต่างๆ เป็นเส้นทางการลำเลียงขนส่งสินค้าต่างๆ จากชุมชนด้านในคลองมาสู่ชุมชนด้านนอก กระทั่งชุมชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ภาพเรือนานาชนิดในลำคลอง จึงเป็นภาพอดีตที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน
วิถีชีวิตชาวสวนหมาก
หมาก เป็นผลผลิตที่สำคัญของที่สร้างชื่อให้กับชาวสวนบางล่าง ที่ราษฎร์บูรณะ และผูกพันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวสวนราษฎร์บูรณะ ตั้งแต่การปลูกต้นหมาก การปีนหมากเพื่อเก็บเกี่ยวผล การหั่นหมาก และการกินหมาก
การขนถ่ายสินค้าริมน้ำ
โกดังสินค้าริมน้ำที่มีอยู่มากมายบนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตราษฎร์บูรณะ ก่อให้เกิดอาชีพของคนขนถ่ายสินค้าริมน้ำที่เรียกกันว่า จับกัง หรือกุลี เพื่อลำเลียงสินค้าระหว่างเรือขนสินค้ากับโกดัง
สะพานพระรามเก้า สะพานที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่เขตราษฎรบูรณะ
สะพานพระรามเก้าที่ทอดถึงจากฝั่งพระนครมาสู่พื้นที่กลางสวนในเขตราษฎร์บูรณะได้นำ ความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชาวราษฎร์บูรณะหลายๆด้าน ทั้งการคมนาคม วิถีชีวิต และการประกอบอาชีพ ซึ่งทำให้ราษฎร์บูรณะเปลี่ยนจากชุมชนชาวสวนมาสู่ความเป็นชุมชนเมืองยิ่งขึ้น
ขอบคุณแหล่งข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานครTHE BMA LOCAL MUSEUM
Share

?สวนหลวงพระราม 8? สวนสีเขียวกลางเมืองกรุง
กรุงเทพฯ เปิดสวนสาธารณะแห่งใหม่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 เนื้อที่กว่า 35 ไร่

โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามให้ว่า ?สวนหลวง พระราม 8?

สวนหลวงพระราม 8 ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 (เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี) แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด
รวมเนื้อที่กว่า 35 ไร่ โดยชื่อ ?สวนหลวงพระราม 8? นี้ ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา โดย ?สวนหลวงพระราม 8? แห่งนี้มีจุดเด่นตรงเนื้อที่กว้างขวาง ติดริม แม่น้ำเจ้าพระยา
ภูมิทัศน์สองข้างเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม รวมทั้งไม้ใหญ่เป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศร่มรื่น สวยงาม เหมาะที่จะใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือเป็นลานออกกำลังกายสำหรับครอบครัว
นอกจากนั้นแล้วภายในสวนยังจัดให้มีห้องรวบรวมพระราชประวัติ
และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล รัชกาลที่ 8 บริเวณอาคารเฉลิม พระเกียรติข้างใต้พระบรมราชา
นุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 เพื่อให้ประชาชนที่สนใจพระราชประวัติเข้าไปศึกษาค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ สำหรับประชาชนที่สนใจไปพักผ่อนที่สวนหลวงพระราม 8 นั้นสามารถไปได้หลายทาง
โดยทางสวนมีบริการสถานที่จอดรถและมีท่าเทียบเรือให้บริการสำหรับผู้ที่
อยากหลีกเลี่ยงการจราจรทางบก นอกจากนั้นทางสวนยังเตรียมห้องสุขาสาธารณะและระบบสาธารณูปโภคต่างๆไว้ให้บริการแก่ประชาชน
ที่เดินทางมาทำกิจกรรมที่สวนหลวงพระราม 8 แห่งนี้ อย่างครบครัน จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ ชาวกรมวิทย์ฯ ทุกท่านที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อน หย่อนใจในบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ?สวนหลวงพระราม 8? แห่งนี้น่าจะเป็นทางเลือก
ที่ดีสำหรับท่านๆ ให้ได้ลองเข้าไปสัมผัส ท่านอาจได้รับคำตอบที่ตามหาอยู่ก็เป็นได้

ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูลฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์(Department of Medical Sciences) www.dmsc.moph.go.th

Share
Page 1 of 20:«1 2 3 4 »Last »